Road to Roma | เส้นทางสายโรม่า (2020)

Road-to-Roma (2020)

Road to Roma ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเป็นรายชื่อผู้เข้าชิงออสกาาร์ครั้งที่ 92 ที่ผ่านมา หนึ่งในรางวัลทางด้านภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก เว็บดูหนัง Netflix สตรีมมิ่งยอดนิยมประกาศความเกรียงไกรด้วยการมีหนังที่เข้าชิงทั้งหมดถึง 24 สาขารางวัล กลายเป็นผู้สร้างหนังที่มีหนังเข้าชิงออสการ์ปีนี้มากที่สุดเหนือค่ายหลักในอดีตของฮอลลีวู้ด หากนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ในปีก่อนหน้านั้นหนังจาก Netflix อย่าง Roma ก็เข้าชิงออสการ์ในปีนั้นสูงสุดถึง 10 สาขาด้วยกันเท่ากับเรื่อง The Favorite

Road-to-Roma

Road to Roma ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary เป็นเรื่องราวที่จะพาทุกคนย้อนเวลาไปนึกคิดถึงความทรงจำในช่วงวัยเด็กของผู้กำกับอัลฟอนโซ และได้สร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกด้วยที่รู้จักกันในนามว่าโรม่า ซึ่งเป็นผลงานที่ได้การันตีว่าเป็นผลงานระดับโลกอย่างออสการ์

เป็นเรื่องปกติที่ทาง Netflix จะทำสารคดีเบื้องหลังของหนังหรือซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ ในส่วนของสารคดีเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่การสัมภาษณ์ อัลฟอนโซ กัวรอน ที่เขียนบทและกำกับ Roma เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมมาครองได้จากหนังเรื่องนี้ เขาเล่าว่าวิธีการทำงานของเขานั้นเริ่มไอเดียจากการตั้งคำถามในสิ่งที่หมกมุ่นอยู่ ณ ขณะนั้น อย่างเช่นใน Gravity ปี 2013 หนังที่ว่าด้วยวิศวกรที่กำลังซ่อมดาวเทียมบนวงโคจรรอบโลกแต่ต้องเผชิญกับขยะอวกาศที่พุ่งชนพวกเขาอย่างรุนแรง ในช่วงนั้นอัลฟอนโซ หมกมุ่นอยู่กับเรื่องแรงโน้มถ่วง เขาตั้งคำถามหลายอย่างกับมันว่าจะเป็นยังไงถ้าหากเกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้นในพื้นที่ที่ไร้แรงโน้มถ่วง ในส่วนของโรม่า เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความทรงจำในวัยเด็ก กระบวนการแรกในการทำงานเรื่องนี้คือเขาเรียกให้ทีมช่างศิลป์มาประชุมและให้สร้างฉากในหนังตามความทรงจำของเขาด้วยการนั่งอธิบายและเล่าถึงความทรงจำ เช่น พื้นกระเบื้องต้องเป็นลายนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องหนักใจสำหรับทีมงานเพราะพวกเขาไม่ได้เห็นภาพในหัวของผู้กำกับ แต่สุดท้ายก็สามารถหากระเบื้องมาได้เพราะอัลฟอนโซเห็นมันในห้องน้ำสาธารณะและขอซื้อต่อ 

เขาใช้วิธีประกอบสร้างทั้งบ้านและบริเวณโดยรอบเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเพื่อสามารถต่อยอดไปเขียนบทได้ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อเขาเห็นห้องนอนในฉากหรือพื้นกระเบื้อง มันทำให้เขานึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งในอดีตชื่อ ลิโบ ลิโบเรีย ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของเขาในวัยเด็ก จึงทำให้เขามีไอเดียในการสร้างตัวละครหลักขึ้นมาอย่าง เกลโอ ที่นำแสดงโดย ยาลิตซา อปาริซิโอ เป็นการแสดงหนังครั้งแรกของเธอ นั่นเท่ากับว่าเรื่องราวของเกลโอที่เราได้เห็นในนั้นล้วนมีที่มาจากชีวิตของลิโบ ลิโบเรีย ทั้งสิ้น อีกหนึ่งความงดงามของหนังเรื่องนี้คือการถ่ายทำแบบ Long Take ในเหตุการณ์ชุลมุนและผู้คนพลุพล่าน เช่นฉากการจลาจลในเมืองที่มีความยาวราว 10 กว่านาที ฉากนี้ถ่ายทำเสร็จสิ้นเพียงแค่ 2 เทคเท่านั้น เพราะเป็นการวางแผนมาดีจากทั้งทีมงาน ผู้กำกับและหนังแสดง อีกซีนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือซีนการช่วยชีวิตเด็กๆ ที่เกือบจะถูกคลื่นทะเลซัด หนังถ่าย Long Take ตั้งแต่นั่งคุยกันบนชายหาดในช่วงพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ความยากของการถ่ายฉากนี้คือต้องห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว เพราะหนังต้องใช้แสงธรรมชาติและหากถ่ายเลท แสงอาจจะหมดและถ่ายทำต่อไม่ได้ รวมถึงนักแสดงต้องเล่นฉากอารมณ์ในขณะที่คลื่นซัดพวกเขา

โดยก่อนหน้านั้นเอง Roma ก็สร้างชื่อมาแล้ว เพราะกลายเป็นหนังที่เทศกาล หนังนานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสตัดสินใจไม่เลือกฉายในสายประกวดในฐานะที่มันสร้างโดย Netflix ซึ่งมีเงื่อนไขในการฉายพร้อมกันกับโรงภาพยนตร์ ตัวหนังจึงถูกเชิญให้ร่วมประกวดในเทศกาลหนังนานาชาติเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี แทน ซึ่งก็สามารถคว้ารางวัลสูงสุดของเทศกาลอย่างสิงโตทองคำมาได้อย่างสมภาคภูมิ

 

Special Id | พยัคฆ์ร้ายพันธุ์เก๋า (2013)

Special-Id (2013)

Special Id ในวันที่เราเจอเรื่องเครียด ๆ มาหลายเรื่อง ก็อยากให้สมองได้รับความผ่อนคลายกันบ้าง โดยส่วนตัวเรานั้น วิธีแก้เครียด คลายความเหนื่อยล้า ก็คือการเปิด เว็บดูหนังออนไลน์ หาหนังสนุกๆสักเรื่องดูค่ะ 

Special-Id

Special Id เป็นหนังแนว แอคชั่น Action เป็นเรื่องราวของ เฉิน (ดอนนี่ เยน ) และพรรคพวก คือกลุ่มตำรวจที่ปลอมตัวไปปะปนเป็นสายอยู่ในแก๊งมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดของจีน เพื่อที่จะล้มองค์กรและจับตัวหัวหน้าให้ได้ แต่สิ่งที่พวกเขาทำกลับนำอันตรายใหญ่หลวงมาสู่ตัวเอง เมื่อพวกเขาค่อย ๆโดนเปิดเผยตัวตนทีละคน ๆ

เริ่มเรื่องพระเอกของเรานั้นได้ปลอมตัวไปอยู่ในแก๊งมาเฟีย ซึ่งพระเอกนั้น เขาเป็นตำรวจที่มาสืบหาเบาะแสอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนนี้ลูกน้องของเขาได้โดนพวกนักเลงกำลังทำร้ายร่างกาย เพราะว่าลูกน้องของพระเอกได้ไปลุกลามถิ่นของนักเลง แต่แล้วพระเอกทนไม่ไหวจึงบอกให้พวกนักเลงปล่อยลูกน้องของเขา พวกนักเลงก็ยอมปล่อยลูกน้องของเขาไป แต่พวกนักเลงบอกว่าต้องให้พระเอกต่อสู้กับพวกมันให้ชนะก่อน ถึงจะปล่อยตัวลูกน้องของพระเอกไป พระเอกก็ยอมตกลงและได้ต่อสู้กับหัวหน้าของพวกมัน แต่สุดท้ายพระเอกก็เอาชนะไปได้ แต่ว่าลูกน้องที่เหลือกลับเข้ารุมทำร้ายพระเอก พระเอกก็ได้ต่อสู้กับพวกมันและหาช่องทางหลบหนีออกไป แต่สุดท้ายพระเอกก็หลบหนีออกมาได้และมาเจอกับสารวัตรพอดี จากนั้นเขาก็ก็รีบบอกพระเอกให้กลับไป หลังจากนั้นสารวัตรก็จัดการลูกน้องพระเอกเอง พอพระเอกกลับไปถึงที่ทำงาน พระเอกก่อกับด่าสารวัตรยับเลย เพราะว่าสารวัตรนั้นมาช้าแล้วทั้งคู่ก็ทะเลาะกันเล็กน้อย หลายวันต่อมาพรรคพวกของพระเอกก็ได้มาทำการเซอร์ไพร์สเค้กแม่พระเอก จากนั้นพระเอกก็ได้คุยกับแม่ของเขา พระเอกนั้นรักแม่ของเขามาก วันต่อมาณป่าแห่งหนึ่งมีนักเลงคนหนึ่งในมาเฟีย ซึ่งเขานั้นเป็นลูกน้องของพระเอก จากนั้นพวกนั้นก็ได้ทำการฆ่าอาของพระเอก หลายวันต่อมา สารวัตรก็ได้ให้พระเอกไปทำงานในประเทศจีน เพื่อเข้าไปหาความลับของแก๊งมาเฟีย ซึ่งทำให้พระเอกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่นั่นก็ทำให้พระเอกถามสารวัตร ว่าถ้าเข้าทำงานในฐานะอะไร สารวัตรก็ได้บอกกับพระเอกว่าเก็นสายลับพิเศษ

หลายวันต่อมา พระเอกได้เป็นทำงานที่ประเทศจีน และเขาก็ได้เจอกับหัวหน้ามาเฟีย จากนั้นหัวหน้ามาเฟียก็ได้บอกกับพระเอกและซันนี่ว่า ให้คืนดีกัน จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ดื่มสุราและคืนดีกันในที่สุด จากนั้นหัวหน้ามาเฟียก็ได้หักหลังกันเอง จากนั้นพระเอกก็ได้รู้และไปบอกกับนางเอก และนางเอกเธอก็ได้สั่งการกับลูกน้องหลายคนไว้เรียบร้อยแล้ว แต่นานพระเอกก็ได้บอกกับนางเอกให้ใจเย็น เพราะว่าที่อยู่บางที่อาจจะดูหลอกก็ได้ ควรเช็คแน่ใจก่อน แต่เธอก็ไม่ฟังพระเอกและเธอก็สั่งลูกน้องให้ไปตามที่อยู่ และเขาก็ได้เถียงกับพระเอกว่า นี่มันคืองานของตำรวจ ประเทศจีนไม่ใช่ของนาย จากนั้นพระเอกก็ได้แอบออกไป ณ ที่แห่งหนึ่งและ เขาก็ได้เจอกับหัวหน้าแก๊งมาเฟีย เขากำลังจะเก็บพระเอกแต่แล้ว ทำให้พระเอกต่อสู้ขึ้นได้ แต่แล้วพระเอกได้ไปที่ห้องหนึ่งและเจอกับลูกน้องของพระเอก ที่นอนอยู่ในโรงพยาบาล แถมในห้องที่พระเอกไปนั้นมีวีดีโอแสดงอยู่ แต่เป็นคลิปสั้นๆที่ดูน้องพระเอกบอกว่า พระเอกนั้นเป็นสายสืบ จากนั้นก็ทำให้พระเอกรู้ว่าเป็นแผนของซันนี่ จากนั้นพระเอกก็ได้ทำการไล่ล่าซันนี่ และได้ต่อสู้กับซันนี่ในที่สุด แต่ทำให้พระเอกนั้นเสียเปรียบ แต่แล้วพระเอกต่อสู้กับซันนี่ได้อย่างชนะ และทำให้ซันนี่ตายคารถในที่สุด

เป็น หนังฟรี ที่เนื้อเรื่องปูมาเหมือนตัวละครอาเหลียงใน สองคม สองคม แต่นึกแล้วว่าคงไม่ดราม่าถึงขนาดนั้น ตัวบทอ่อนไป แต่ได้บทกุ๊กกิ๊กตำรวจหญิงทำให้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เป็นบางช่วง สรุปดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ จบแล้วไม่มีติดค้าง

Hospital | โรงพยาบาลอาถรรพ์ (2020)

Hospital (2020)

Hospital กลับมาเจอกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ตอนบ่ายๆ วันหยุดว่าง ๆ อันเงียบเหงาแบบนี้เราก็มีหนังสยองขวัญ ลี้ลับ เหนือธรรมชาติ จาก เว็บดูหนัง มาฝากค่ะ โดยคราวนี้จะมาเป็นหนังผีสัญชาติจีน บอกเลยว่าหายเหงาแน่นอนแต่จะหลอนขนหัวลุกแทน

Hospital

Hospital (ชื่อไทย โรงพยาบาลอาถรรพ์) ภาพยนตร์จีนแนว สยองขวัญ Horror เรื่องย่อ เมื่อได้มีผู้คนต้องการที่จะต้องติดต่อสื่อสารกับทางดวงวิญญาณของญาติพวกเขา ซึ่งได้สิงสถิตอยู่ในโรงพยาบาลร้างในเมืองไถหนัน และที่สำคัญพวกเขาจะต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่จะทำให้รู้จักกับคำว่าสยดสยองแถมยังคอยปั่นประสาทอีกด้วย

เปิดเรื่องด้วยรายการทีวีประเภทล่าท้าผี ได้เข้าไปถ่ายทำที่โรงพยาบาลซิ่งหลิน พร้อมกับเกริ่นนำภูมิหลังความเฮี้ยนต่าง ๆ นา ๆ ของโรงพยาบาลไว้ว่า ครั้งหนึ่งมีเด็กชายเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ แม้จะผ่าตัดประสบความสำเร็จ แต่อยู่ดีๆก็เสียชีวิตอย่างไม่รู้สาเหตุ จนทำให้แม่ของเด็กชายต้องเสียใจขาดสติ ฆ่าตัวตายด้วยการเผาตัวเองตายต่อหน้าศพของลูกชาย และยังมีอีกหลายๆเหตุการณ์ตามมา พยาบาลกระโดดหน้าต่างของโรงพยาบาลตาย แล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่กระโดดหน้าต่างบานเดียวกันนั้น มีผู้หญิงชุดแดงผูกคอตายในห้องคนไข้โดยไม่รู้สาเหตุ แถมโรงพยาบาลยังมีประวัติไม่ดีเช่นการออกใบรับรองแพทย์แบบไม่ถูกต้อง มีการรักษาพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐานจนทำให้คนไข้เสียชีวิตเป็นต้น ช่างภาพในทีมถ่ายทำได้ เข้าไปถ่ายภาพในโรงพยาบาล ในส่วนของแผนกรับรอง แต่ไม่ทันจะเดินเข้าไปได้สักเท่าไหร่ก็วิ่งหนีออกมา ทำให้ทีมถ่ายทำทั้งหมดต้องวิ่งหนีตามกันไป จากนั้นก็เรื่องก็ตัดเข้าไปสู่เส้นเรื่องหลักก็คือ สองพ่อลูกอาชีพหมอผี ที่ทำทัวร์พาคนเป็นไปเห็นวิญญาณของคนตาย ที่รับงานว่าจ้างลูกค้าหญิง 2 คน ให้ติดต่อกับดวงวิญญาณของผู้ตาย และทำให้ทั้งสองคนนั้นเห็นผู้ตาย ที่เชื่อว่าวิญญาณยังคงอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ ไม่ยอมไปในที่ที่ควรไป 

ลูกค้าหญิง 1 คนต้องการจะพบกับวิญญาณของสามีที่ตายไปจากการผ่าตัด และลูกค้าหญิงอีก 1 คนต้องการจะพบพี่สาวที่เป็นพยาบาลฆ่าตัวตายในโรงพยาบาลแห่งนี้ ก็แน่นอนตามหลักหนังผีของจีนซึ่งอาจารย์หมอผีผู้พ่อ ได้ให้ทั้ง 2 สาว ทำตามในขั้นตอนเช่น การติดผ้ายันต์ไว้ที่หน้าอกของตัวเอง การลงไปนอนในตู้เก็บศพ เพื่อรับพลังหยิน ให้ร่างกาย และจิตใจ อยู่ในสภาพที่ติดต่อวิญญาณได้มากที่สุด และขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็คือ นำน้ำมนต์ที่มีพลังหยิน เข้ามาหยอดตา ดันมีคนนำน้ำมนต์พลังหยินแตก กลับกลายเป็นว่าเป็นการเรียกผีที่มีความเฮี้ยนมากที่สุดปรากฏตัวออกมา มันคือดวงวิญญาณของแม่ ที่เผาตัวเองตาย ค่อย ๆ เดินเข็นรถเข็นที่มีตุ๊กตานั่งอยู่เข้ามาหา แต่ความซวยของเรื่องก็คือ นักปราบผีผู้พ่อดันถูกดวงวิญญาณหญิงตอนนี้เข้าสิง พาร่างไปอยู่ที่อื่น และเชื่อหรือไม่ว่าธนาหนังเข้าจุดครับขันที่สุดแล้ว สองสาวก็ยังดึงดันที่จะพบกับดวงวิญญาณที่เป็นญาติของตัวเองอยู่ ภาระจึงตกไปอยู่กับลูกชายนะปราบผี จะต้องทำภาระหนี้ผ่านไปให้ได้พร้อมๆกับช่วยพ่อของเขาที่ถูกผีเข้าสิง 

รีวิวหนัง บรรยากาศโดยรวมของหนังก็เหมือนกับการพิสูจน์ผีล่าท้าผีอะไรทำนองนั้น โดยรวมแล้วทั้งเรื่อง จะอยู่ในที่มืด คือเล่นกับห้องต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลร้าง มันจึงสร้างอารมณ์ความหวาดระแวงให้กับเราคนดูได้ตลอดเวลา และหนังเขาก็ใช้สิ่งเหล่านี้ดึงอารมณ์ของคนดู เล่นกับการแว๊บไปแว๊บมา ของอะไรบางอย่าง เล่นกับเงา และก็เล่นกับความรกร้างของโรงพยาบาล แต่ก็ถือว่าเป็นข้อเสียของหนังอยู่เหมือนกันคือ ด้วยความที่หนังมันมืดอยู่ตลอดเวลามันทำให้เรามองอะไรไม่ค่อยชัดไปด้วย

Ron’s Gone Wrong | รอน หุ่นเพี้ยนเพื่อนรัก (2021)

Ron’s-Gone-Wrong (2021)

Ron’s Gone Wrong วันหยุดนี้ถ้าเพื่อนๆไม่รู้ทำอะไร ลองมาหาหนังสนุกๆ จาก เว็บหนังHD ที่ดูได้ทั้งครอบครัว กับ Ron’s Gone Wrong ดูกันเพลินๆ กับหนังน่ารัก เนื้อหาง่ายๆ ดำเนินเรื่องโดยตัวการ์ตูนอนิเมชั่นที่จะทำให้คุณหลงรัก นอกจากเด็กๆ ที่ชื่นชอบการ์ตูนอนิเมชั่นแล้ว ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็เผลอใจให้กับความคิวท์และคาแรคเตอร์สุดกวนของเหล่าตัวป่วน ที่จะยกขบวนผ่านหน้าจอให้ได้สนุกสนานกัน

Ron’s-Gone-Wrong

Ron’s Gone Wrong (ชื่อไทย รอน หุ่นเพี้ยนเพื่อนรัก) ภาพยนตร์ แอนนิเมชั่น Animation น่ารักๆ เรื่องล่าสุดของค่าย 20th Century กำกับภาพยนตร์โดย Sarah Smith กับ Jean-Philippe Vine ว่าด้วยมิตรภาพและการผจญภัยระหว่าง บาร์นีย์ และ รอน ในโลกที่หุ่นยนต์ถูกพัฒนาให้สามารถเดินและพูดได้ จนหุ่นเหล่านี้กลายมาเป็นเพื่อนเล่นของเด็กๆ Ron’s Gone Wrong คือเรื่องที่จะเล่าถึงเด็กหนุ่มวัย 11 ปี ที่ค้นพบว่าหุ่นยนต์ของเขาต่างจากหุ่นทั่วๆ ไป มันทำให้เขาเริ่มที่จะสอนและเรียนรู้เกี่ยวกับมัน และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้ค้นพบมิตรภาพอันอบอุ่นท่ามกลางโลกแห่งอัลกอริทึมและโซเชียลมีเดีย

เรื่องราวได้เริ่มขึ้นในบริษัทบับเบิ้ล วันเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ของบริษัท ผู้คนมากมายต่างมาร่วมงานกัน และหนังก็ได้เปิดตัว มาร์ช เขาคือคนที่คิดค้นเทคโนโลยีใหม่นี้ภายในโรงรถของเค้า และเค้าอยากให้ทุกคนมีเพื่อนที่ดีที่สุด เขาจึงคิดค้นเทคโนโลยีใหม่นี้ขึ้นมา และมาร์ชก็ได้เปิดตัวชายอีกคนหนึ่ง  เขามีนามว่าแอนดรูว์ CEOของบริษัทบับเบิ้ล มาร์ชได้กล่าวว่า เราจะก้าวกระโดดสู่โลกใบใหม่ของการเชื่อมต่อ และผลงานใหม่ของมาร์ชก็คือบับเบิ้ลบอท หลังจากนั้นเค้าก็ได้สุ่มผู้โชคดีที่ได้บับเบิ้ลบอทเครื่องแรกของโลก และผู้โชคดีคนนั้นก็คือแอลลี่ หลังจากนั้นมาร์ชก็ได้มอบบับเบิ้ลบอทให้กับแอลลี่ พร้อมทั้งโอนถ่ายข้อมูลของแอลลี่ทั้งหมดลงไปในบับเบิ้ลบอท หุ่นยนต์บับเบิลบอทสามารถเปลี่ยนเป็นทุกสิ่งที่แอลลี่ชอบ มันสามารถโหลดสกินได้ไม่มีที่สิ้นสุด สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กๆที่เข้ามาดูเป็นอย่างมาก มันยังสามารถแปลงร่างเป็นยานพาหนะได้ด้วย และมันยังถูกตั้งค่าความปลอดภัยสูง เพื่อให้พ่อแม่ของเด็กๆวางใจในบับเบิ้ลบอท มันสามารถใช้โฮโลแกรมได้ 360องศา ถ่ายเซลฟี่ และแบ่งปันให้เพื่อน ผ่านเครือข่ายบับเบิ้ล และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างบับเบิ้ลบอทขึ้นมา นั่นก็คือการหาเพื่อนใหม่ มันสามารถหาเพื่อนใหม่ให้กับแอลลี่ได้ เพื่อนที่มีอายุเท่ากันและมีความชื่นชอบคล้ายกัน และบับเบิ้ลอทก็ได้วางจำหน่ายให้กับเด็กๆทั่วโลก และพ่อแม่ก็ยอมควักเงินในกระเป๋าเพื่อซื้อบับเบิ้ลบอทให้กับลูกๆของตัวเอง

ยกเว้นบาร์นีย์พระเอกของเรา ตอนนี้บาร์นีย์อาศัยอยู่กับย่าและพ่อ เนื่องจากแม่ของบาร์นีย์เสียชีวิตตั้งแต่บาร์นีย์ยัง2ขวบ บาร์นีย์นั้นมีโรคประจำตัวคือโรคหอบอีกด้วย ในขณะที่เพื่อนๆพากันขี่บับเบิลบอทไปโรงเรียน บาร์นีย์ก็ยังคงขี่สกู๊ตเตอร์คันเก่าของเขาอยู่ และถึงแม้บาร์นีย์เค้าจะอยากได้บับเบิ้ลบอร์ดมาก แต่เค้าก็ไม่อยากเอาเพราะรู้ดีว่าทางบ้านสถานะการเงินไม่ดีสักเท่าไหร่ และขณะที่บาร์นีย์ขี่สกู๊ตเตอร์คันเก่าอยู่นั้น เขามัวแต่มองบับเบิ้ลบอทตัวใหม่ด้วยความอยากได้จึงลืมมองทาง ทำให้รถที่ขับมาเกือบชนเค้า คนขับรถได้ลงมาพร้อมกับตะโกนไปว่า จะข้ามถนนมองทางบ้างนะ บาร์นีย์ได้หันมาบอกกับกล่าวว่าขอโทษครับพ่อใหญ่ และคนขับรถก็ได้สังเกตการมีบับเบิ้ลบอทตัวนึงตกลงมาได้รับความเสียหาย ทันทีที่บาร์นีย์มาถึงโรงเรียน เค้าก็พบว่าเพื่อนๆทุกคนมีบับเบิ้ลบอทใช้กันหมดแล้ว เมื่อบาร์นีย์มาถึงตู้ล็อกเกอร์ของเค้า ระหว่างที่เค้ากำลังจะเก็บกระเป๋าเข้าตู้ เค้าก็ได้ตกใจลำแสงที่เพื่อนๆเล่นบับเบิ้ลบอทกัน นั้นทำให้การ์ดเชิญไปวันเกิดของเค้าร่วงหล่นจากกระเป๋า และวันนี้ก็เป็นวันคลายวันเกิดของบาร์นีย์ อายุ11ขวบ พอดี เค้ามีความตั้งใจจะนำการ์ดมาแจกให้กับเพื่อนๆ และขณะที่เค้ากำลังเก็บการ์ดอยู่นั่น ซาวันนาห์ก็ได้เดินเข้ามา พร้อมกับพูดว่า วันนี้วันเกิดนายนี้ แต่ว่านายทำไมไม่มีบับเบิ้ลบอทหละ นายโอเครึป่าว บาร์นีย์ก็ตอบว่าโอเค ซาวันนาห์ก็เดินจากไป และสั่งเก็บบับเบิ้ลบอทไว้ที่แท่นชาตโรงเรียน และดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีแค่บาร์นีย์ที่ใช้ล็อคเกอร์อยู่คนเดียว และพอบาร์นีย์กลับมาถึงบ้าน คุณพ่อของบาร์นีย์ที่กำลังขายของออนไลน์อยู่ ก็ได้ถามบาร์นีย์ไปว่า วันนี้เป็นวันที่ดีมั้ย เค้าจึงตอบไปว่า แน่นอนวันนี้เป็นวันที่ดี และคุณย่าก็ได้มอบของขวัญวันเกิดให้กับเค้า นั้นก็คือ หมวกไหมพรมจากขนแพะ และคุณพ่อก็มีของขวัญให้เช่นกัน บาร์นีย์หลับตาลงและภาวนาให้เป็นบับเบิ้ลบอท

เรื่องราวของบาร์นีย์และหุ่นยนตร์จะเป็นยังไงต่อ เพื่อนๆต้องไปติดตามต่อในเว็บหนังค่ะ การ์ตูนหนังออนไลน์ Ron’s Gone Wrong มีเนื้อหาที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กได้เป็นอย่างดี โดยพื้นฐานแล้ว bbots ในภาพยนตร์มักใช้โทรศัพท์มือถือที่ตอบสนองต่อทุกสิ่งและสตรีมแบบสดอย่างต่อเนื่อง การเล่าเรื่องทำออกมาได้ดีมีสิ่งให้คิดตามมากมายกับเรื่องราวใหม่ๆ การเกิดมิตรภาพ ความหมายของมิตรภาพ เหมาะสำหรับเด็กๆ ดูพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวค่ะ

 

The Servant | พลีรัก ลิขิตหัวใจ (2010)

The-Servant (2010)

The Servant สวัสดีค่า ใกล้ถึงช่วงหยุดยาวปีใหม่กันแล้ว เพื่อนๆมีหนังไว้ดูตอนอยู่บ้านกันรึยัง วันนี้เราได้มีโอกาสดูหนัง จาก เว็บหนังHD เรื่อง The Servant หรือชื่อไทย พลีรัก ลิขิตหัวใจ จึงอยากมาเเนะนำให้ทุกคนได้ดูกันค่ะ

The-Servant

The Servant ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama เป็นเรื่องราวของ บังจา เป็นข้ารับใช้ของ มอง ลยอง ชายหนุ่มชนชั้นสูง วันหนึ่งพวกเขาได้พบกับ ชุน ฮยาง ลูกสาวเจ้าของสวน จึงทำให้ มอง ลยอง ตกหลุมรักทันที เขาจึงสั่งให้บังจาจัดการนัดพบระหว่างเขากับเธออีก แต่บังจาก็แอบชอบชุนฮยาง เช่นกัน เขาจึงวิธีสารพัดเพื่อครอบครองหัวใจของเธอและยังช่วยให้เขาขยับฐานนะในสังคมได้ ในที่บังจาก็ได้ทั้งตัวและหัวใจของชุนฮยางมาครอง ภายใต้ข้อแลกเปลี่ยนที่ว่าเขาต้องช่วยให้เธอได้แต่งงานกับมอง ลยอง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย ตามแผนการที่ทั้งคู่วางไว้ ถ้ามอง ลยองไม่รู้ความจริงเข้า

บังจานัดเจอกับนักเขียนเพื่อให้ช่วยเขียนหนังสือเกี่ยวประวัติชีวิต บังจาเริ่มเล่าเรื่องให้นักเขียนฟัง สมัยก่อนบังจาเป็นคนรับใช้อยู่ที่บ้านของคุณชายม่ง บังจาได้พักอยู่กับท่านหม่าแขกของคุณชาย ท่านหม่าสอนบังจาเรื่องจีบสาวและสอนเคล็ดลับพิชิตสาวให้บังจา บังจาตามท่านม่งที่ไปจีบชุนยางลูกสาวเจ้าของประมาณหอนางโลม ท่านม่งกับบังจาหลงสเน่ห์ชุนยางทั้งคู่ คืนนั้นท่านม่งมีเรื่องกับอีกคนที่มาจีบชุนยาง ได้บังจาช่วยออกหน้าต่อสู้แทน บังจากลับมาปรึกษาท่านหม่า ท่านหม่าสอนให้บังจาเริ่มเข้าหาคนรับใช้ชุนยางก่อน บังจาไปหาสาวใช้ขอนัดเจอชุนยางให้กับท่านม่ง บังจาทำตามวิธีที่ท่านหม่าสอนซึ่งก็ได้ผล แม่ของชุนยางอยากจะขายชุนยางให้แต่งกับท่านม่งอยู่แล้วเลยเข้าแผน ทั้งสี่คนไปเที่ยวด้วยกัน ชุนยางลื่นข้อเท้าแพลง บังจาเห็นรองเท้าชุนยางตกน้ำเลยโดดลงน้ำไปเก็บมาให้ ขากลับท่านม่งให้ชุนยางขี่หลังบังจากลับไปส่ง ท่านม่งคิดไปเองว่าเป็นทีเด็ดแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจเพื่อให้ชุนยางสนใจ ท่านหม่าสอนเคล็ดลับบังจาอีกครั้ง บังจาเอาไปทดลองกับสาวใช้ได้ผลอีกตามเคย แม่เล้าให้ชุนยางเขียนจดหมายเชิญท่านม่งไปที่บ้าน(เป็นแผนจับท่านม่ง) ท่านม่งเกทับบังจาว่ามีอะไรกับชุนยางแล้ว ท่านหม่าบอกว่าท่านม่งยังไม่ได้ชุนยาง คืนนั้นบังจาแอบไปหาชุนยางและมีอะไรกับชุนยางตัดหน้าท่านม่ง ชุนยางให้บังจาพิมพ์มือบนหนังสือสัญญาไว้ว่าจะยอมช่วยเหลือถ้าชุนยางต้องการ ชุนยางมีอะไรกับท่านม่งตามแผนของแม่ ชุนยางให้ท่านม่งทำสัญญาไว้เหมือนกัน 

บังจาเริ่มหึงอยากเก็บชุนยางไว้คนเดียว ท่านม่งต้องไปเรียนเพื่อเตรียมสอบ ท่านม่งให้บังจาไปเอาสัญญาจากชุนยางกลับมา ชุนยางให้สัญญาฉบับของบังจาไปแทน ท่านม่งอ่านสัญญารู้ว่าบังจามีอะไรกับชุนยาง ท่านม่งเลยไม่ยอมให้บังจาตามไปด้วย บังจาไปขอทำงานเป็นคนดูแลที่ร้านของชุนยาง แม่ชุนยางก็ขายชุนยางให้คนอื่นไปเรื่อยๆต่อหน้าต่อตาบังจา บังจาได้ทำงานกับขุนนางและแอบมาหาชุนยางได้เดือนละครั้ง ท่านม่งสอบได้เป็นผู้ตรวจการกลับมาที่บ้านเกิด ท่านม่งไปพบขุนนางที่ชอบเที่ยวผู้หญิงท่านม่งคิดแก้แค้นชุนยางกับบังจาเลยแนะนำชุนยาง ท่านม่งบอกบังจาอยากพบชุนยาง บังจาพยายามเลี่ยงแต่ท่านม่งก็พบกับชุนยางจนได้ ผู้ตรวจการที่ท่านม่งแนะนำมาอยากได้ตัวชุนยาง บังจาเข้ามาปกป้องชุนยางผู้ตรวจการโกรธเลยจับชุนยางขังคุก บังจาไปขอร้องให้ท่านม่งช่วยชุนยาง บังจาไปเยี่ยมชุนยางในคุกบอกจะช่วยชุนยางให้ได้

สำหรับบังจา หรือ The Servant นี้ เราจะได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากบ่าวจะไม่ใช่เพียงผู้รับใช้เท่านั้น บ่าวในเรื่องนี้หาโอกาส เทียบชั้นตีตนเสมอนายอยู่เนืองๆ ในฉาก Love Scene หรือ Sex Scene ของเรื่องนี้ ผู้กำกับไม่ได้ตั้งใจทำออกมา ในแบบของการแสดงออกในเรื่องความรัก หรือความใคร่ แต่เรามองเห็นฉากนั้นเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 ชนชั้น ที่ใช้ผู้หญิงเป็นสื่อ จะว่าไปแล้ว บังจา หรือ The Servant ก็ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่ดูยาก หรือเครียดจนเกินไปนะคะ ยังมีมุมที่หักตามแบบฉบับภาพยนตร์เกาหลี อีกด้วย

 

Dance With Me (2019)

Dance-With-Me (2019)

Dance With Me หากพูดถึง “หนังมิวสิคัล” หลายคน​คงจะคิดถึงหนังที่มีเพลงเพราะๆ ในหนัง แต่จริงๆแล้ว คำนิยามของคำว่า “Musical Movie”  เฉพาะเจาะจงกว่านั้น หนังมิวสิคัล คือ การที่ใส่เพลงประกอบให้เข้ากับสถานการณ์นั้นๆ ของ หนังชนโรง และเรื่องราวที่ต้องการจะสื่อ  พูดง่ายๆ คือ หนังที่ใช้เพลงแทนคำพูดของตัวละครทั้งเรื่องหรือในช่วงใดช่วงหนึ่ง รับรองว่าจะต้องถูกอกถูกใจคอหนัง Musical จนทำให้คุณต้องคลั่งใคล้และหลงใหลไปกับเสียงเพลงเพราะๆ กับการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจอย่างแน่นอน

Dance-With-Me

Dance With Me เป็นภาพยนตร์แนวมิวสิคัล คอมเมดี้ Comedy เรื่องราวของ ซึซิกิ ชิซูกะเป็นสาวออฟฟิศในกลุ่มบริษัทที่ได้รับการบำบัดโดยนักสะกดจิตและถูกสะกดจิตให้หลง หลังจากนั้นเธอไม่สามารถแต่ร้องเพลงและเต้นรำได้ทุกครั้งที่เธอได้ยินท่วงทำนองใดๆ ไม่ว่าแหล่งที่มา ความยาว หรือคุณภาพ เธอแต่งขึ้นเพื่อเต้นรำตาม ชิซูกะกลับไปหานักสะกดจิตเพื่อบรรเทาทุกข์ แต่ไม่พบเขาในยามจำเป็นที่สุด

หนังเปิดเรื่องมาที่ ซึซิกิ สาวออฟฟิศ วันหนึ่ง เรียวสุเกะ มุราคามิ หัวหน้าได้มอบหมายงานให้เธอทำในเสาร์ ขณะเดียวกัน พี่สาวก็นำลูกสาวมาฝากไว้กับเธอด้วย หลังจากซึซิกิเคลียร์งานเสร็จ เธอก็พาหลานไปที่งานเทศกาลเล็กๆ ที่เธอบังเอิญเหยียบบัตรฟรีที่มีคนทำหล่น ภายในงานมีหลายซุ้มที่น่าสนใจ ซึ่งหลานสาวของเธออยากเข้าไปในซุ้มของนักสะกดจิตชื่อ มาชิน อุเอดะ ในนั้นมีลูกค้าคนหนึ่งที่เกลียดหัวหอมจึงอยากให้เขาสะกดจิตเพื่อให้เปลี่ยนรสชาติหัวหอมเป็นแอปเปิ้ล เมื่อมาถึงคิวหลานสาว มาชินได้ยัดเยียดขายแหวนเปลี่ยนสีตามความรู้สึกให้กับทั้งสองคน หลานของซึซิกิอยากขึ้นแสดงมิวซิคัลที่โรงเรียนได้โดยไม่อายใคร มาชินจึงสะกดจิตให้ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลง ร่างกายจะขนลุกและลุกขึ้นร้องเพลงและเต้นราวกับอยู่ในหนังเพลง ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอีก 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ขณะเดียวกัน ซึซิกิก็จ้องไปที่ขนจมูกของเขาโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงวันจันทร์ เรียวสุเกะประทับใจในผลงานของเธอ จึงพาเธอเข้าประชุมงานพร้อมกับผู้บริหารหลายคน เมื่อเปิดเพลงจะพรีเซนต์ ทันใดนั้น ซึซิกิ ก็ลุกขึ้นเต้นและวิ่ง ตีลังกาไปทั่วโดยที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ในภาพที่เธอเห็นนั้น ทุกคนในออฟฟิศเต้นไปกับเธอด้วย พวกเขาเอ็นจอย โปรยเศษกระดาษสวยงาม แต่เมื่อเพลงจบลง กลายเป็นว่ามีเพียงซึซิกิที่เต้นอยู่คนเดียว 

ทุกคนกำลังอึ้งกับสิ่งที่เธอเพิ่งทำไป เธอรีบวิ่งออกจากออฟฟิศและไปหาจิตแพทย์ทันที แพทย์ให้ความเห็นว่าการสะกดจิตเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมคนถูกใช้แพร่หลายในยุโรป ทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซึซิกิก็ลุกขึ้นเต้นใส่เพลงริงโทน แพทย์จึงพาเธอไปแสกนสมองโดยด่วนแต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ หลังจากนั้นซึซิกิก็นึกถึงมาชิน นักสะกดจิต ว่าเขาอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป เธอจึงเดินทางไปที่งานก่อนหน้าแต่เขาได้เดินทางไปที่อื่นแล้ว มีเพียงเจ้าหนี้ที่มาทวงเงินเขาเท่านั้น ในวันเดียวกันนั้นเอง ซึซิกิเห็นผู้หญิงที่มาใช้บริการมาชินก่อนหน้า คนที่กินหัวหอมเหมือนแอปเปิ้ล เผยว่าเธอชื่อ ชิเอะ ซึ่งมาชินจ้างเธอมาเพื่อหลอกล่อลูกค้าคนอื่น ชิเอะก็ไม่รู้เช่นกันว่าเขาหายไปไหน ซึซิกิจึงตัดสินใจจ้างนักสืบให้ช่วยตามหาเขาเพื่อให้มาแก้ไขให้ทุกอย่างปกติ ในคืนนั้น เรียวสุเกะโทรหาเธอเพื่อชวนให้เธอไปทำงานในบริษัทของเขา ซึซิกิตอบตกลงแต่เธอขอเวลา 7 วันเพื่อเคลียร์ปัญหาที่เธอต้องเผชิญ ทั้ง 2 คนไปดินเนอร์ที่ภัตตาคารสุดหรู แต่ซึซิกิก็สร้างเรื่องจนได้เมื่อเธอได้ยินเสียงเพลง เธอจ่ายค่าเสียหายจนไม่มีเงินเหลือแล้ว ต่อมา นักสืบได้โทรมาบอกว่าพบตัวมาชินแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าเจอเขาที่ไหนและขอเงินเพิ่ม แต่ซึซิกิไม่มีเงินจะให้ จึงขอความช่วยเหลือกับชิเอะเพื่อให้เธอพากออกตามหามาชิน ระหว่างทางได้เกิดมิตรภาพและเรื่องราววายป่วงมากมายที่ทำให้เธอค้นพบสิ่งที่เธอชอบที่จะทำจริงๆ

หนังมีฉากเต้นที่ถือว่าทำออกมาได้สนุกสนานและออกแบบมาได้ดีมาก ส่วนตัวชอบฉากที่ ซึซิกิเต้นครั้งแรกหลังโดนสะกดจิต และฉากในร้านอาหารที่ชวนอมยิ้มและขยับแข้งขาตามสุดๆ ทั้ง “เพลงประกอบ”เองก็เลือกมาดีมากเช่นกัน โดยสรุป “Dance With Me” เป็น หนังมิวสิคัล คอมเมดี้ ที่ดีมากที่สุดเรื่องหนึ่งและเปี่ยมด้วยความบันเทิง ซึ่งนอกจากนักแสดงนำ เพลงประกอบ และฉากเต้นน่าจดจำแล้ว หนังยังแทรกแง่คิดดีๆเกี่ยวกับการกล้าถามใจตัวเองและทำตามสิ่งที่มันเรียกร้อง ซึ่งนั่นทำให้ฉากจบของเรื่องยังคงทำให้เราอมยิ้มได้กว้างขึ้นไปอีก

Intruders | บุกสยอง หลอนสองโลก (2011)

Intruders (2011)

Intruders  ปีใหม่นี้ ใครที่ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน การได้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ ฟังเพลง ก็เป็นวิธีการพักผ่อนที่ผ่อนคลาย และสร้างความบันเทิงได้มากทีเดียว ซึ่งหลายคนอาจจะเบื่อที่ต้องดูหนังแนวสูตรสำเร็จในวันปีใหม่กันอย่างแน่นอน และวันนี้เรามีหนังที่ชวนตาสว่าง เพราะเป็นแนวหนังผี ที่เพื่อนๆชาวคอหนังจะต้องชอบแน่นอนค่ะ กับภาพยนตร์ บุกสยอง หลอนสองโลก เป็นหนังปี 2011 เพื่อไม่ให้เราเกริ่นยาวไปกว่านี้ เพื่อนๆไปอ่านต่อด้านล่างกันดีกว่าค่ะ

Intruders

Intruders บุกสยอง หลอนสองโลก เป็นภาพยนตร์แนว สยองขวัญ Horror ผลงานกำกับของ Juan Carlos Fresnadillo เรื่องย่อ เรื่องราวของเด็กหญิงวัย 11 ปี เจ้าของเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่ชื่อ ฮอลโลว์เฟซ ที่ปลดปล่อยสัตว์ประหลาดตนนี้ออกมาสู่โลก ซึ่งส่งผลกระทบอันน่ากลัวต่อตัวเธอเองและครอบครัว เมื่อฝันร้ายกลายเป็นจริง จงอย่ากลัว เพราะมันจะยิ่งปลุกมันให้เฮี้ยน เด็กสองคนที่อยู่คนละประเทศต้องเจอกับผู้บุกรุกที่ไร ้โฉมหน้ามาหาพวกเขาทุก คืน มันคือปีศาจร้ายที่ต้องการจะสิงพวกเขา และ เรื่องราวก็ยิ่งน่ากลัวและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อพ่อแม่ของเด็กสองบ้านนี้ต้องเป็นพยานรู้เห็นกับ เหตุการณ์สยองนี้ด้วยตา

เรื่องราวของครอบครัวจอห์น ฟาร์โรว์, ซูและมีอา ลูกสาว และ ครอบครัวแม่ลูก ที่ต้องเจอกับผู้บุกรุกอย่าง Horror Face (ปีศาจไร้หน้า) ปีศาจที่ไม่มีรูปร่างและใบหน้า มันถูกปลุกขึ้นมา เนื่องจากมีคนไปเรียกชื่อมัน มันตามล่าหาเด็กผู้ชาย เพื่อต้องการใบหน้ามาใส่หน้าตัวเองให้คนชื่นชอบ แต่เมื่อพวกเขาดูกล้องวงจรปิดกลับไม่เห็นผู้บุกรุกในบ้านสักคน Horror Face มีจริงหรือพวกเขาหลอนไปเองกันแน่  เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครเด็กที่ฝันเห็นปีศาจไร้หน้าที่บุกรุกบ้านก่อนที่จะตื่นจากฝันและตัดเข้าเรื่อง ฉายถึงตัวละครหลักอีกครอบครัวและค่อยๆ เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่เกี่ยวข้องกับ Horror Face เป็นช่วงๆ พร้อมกับฉายเรื่องราวให้เห็นเหมือนเป็นการจินตนาการของตัวละคร 

จุดเด่นของหนังผี Intruders บุกสยอง หลอนสองโลก คือ มันเป็นหนังสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่มีการผูกปมเรื่องราวเอาไว้แน่นแบบหลายทบมาก ทำให้เรื่องราวเต็มไปด้วยปริศนามากมายที่วนเวียนให้คิดค้นหาคำตอบ ในขณะเดียวกันภูมิหลังของภูตผีที่ปรากฏขึ้นมาในเรื่องก็เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจ แตกต่างจากปีศาจที่โผล่มาให้เห็นในหนังเรื่องอื่นเป็นอย่างดี   สำหรับจุดด้อย หนังผี Intruders บุกสยอง หลอนสองโลก เป็นหนังที่รายละเอียดหลายอย่างลงไปค่อนข้างมากและดำเนินเรื่องที่ไม่ได้เป็นเส้นตรง เมื่อเรื่องราวกระโดดข้ามไปมาทำให้ยากต่อการทำความเข้าใจเป็นอย่างมากทีเดียว ต้องอดทนรอจนถึงปลายทางของเรื่องราวทุกอย่างถึงจะได้รับการคลี่คลาย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้คะแนนจาก IMDb ถึง 5.4 คะแนน ก็ถือว่าเป็นหนังผีตามมาตราฐาน

เป็น หนังผี ที่ไม่ได้มีความน่ากลัวอะไรเลย ปีศาจที่มาหลอกก็ไม่มีที่มาที่ไป แถมจุดเฉลยของเรื่องก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่า อะไรวะ แค่นี้เองหรอ ตอนไคลแมกซ์ก็ไม่ชวนลุ้น ตอนไขปริศนาก็ไม่ลึกลับน่าสนใจ โดยหนังดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งดำเนินเรื่องตัดสลับระหว่างตัวละครสองครอบครัวคือ หลักครอบครัวช่วงเปิดเรื่องกับครอบครัวช่วงเข้าเรื่องสองครอบครัวและค่อย ๆ ฉายตัวละครที่เห็นปีศาจไร้หน้า ซึ่งเหมือนหลอนไปเอง โดยจะเน้นไปที่เด็ก จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉาย Horror Face ที่ปรากฎตัวขึ้น ซึ่งจะชอบเน้นปรากฎตัวในความมืดค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา เป็นหนังที่ดูครั้งเดียวก็พอค่ะ

Mcfarland Usa | แมคฟาร์แลนด์ วิ่ง คว้า ฝัน (2015)

Mcfarland-Usa (2015)

 

Mcfarland Usa โดยส่วนตัว เราชอบหนังของดิสนีย์ที่นำพลอตจากเรื่องจริงมาทำหนังอยู่แล้ว ดิสนีย์มักทำหนังที่ให้แรงบันดาลใจได้ดี เรื่องที่คล้ายๆกันเช่นเรื่อง million dollar arm (2014) ตอนนั้นดูแล้วรู้สึกชอบมากๆให้แรงบันดาลใจได้ดีทีเดียว ผ่านไป 1 ปี ดิสนีย์กลับมาอีกครั้ง ใน เว็บดูหนังออนไลน์ กับภาพยนตร์เรื่อง Mcfarland Usa

Mcfarland-Usa

Mcfarland Usa เป็นภาพยนตร์แนว ชีวิตจริง Biography ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง เมื่อปี 1987 ที่เมือง McFarland ในสหรัฐอเมริกา เมืองบ้านนอกเล็กๆ ที่ผู้คนทำมาหากินด้วยการทำไร่ทำนาหรือรับจ้างใช้แรงงาน โค้ชจิมย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมซึ่งมีนักเรียนเป็นชาวละตินซะส่วนใหญ่ จิมพยายามฝึกให้เด็กๆเป็นนักวิ่งมาราธอน แต่ทีมกีฬาที่เขากำลังสร้างก็ต้องเจอปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง

ในปี 1987 โค้ชฟุตบอลจิม ไวท์ตกงานหลังจากที่เขาอารมณ์เสียและบังเอิญทำร้ายผู้เล่นทีมในห้องล็อกเกอร์ เขาและครอบครัวย้ายถิ่นฐานเพื่องานใหม่ของเขาที่โรงเรียนมัธยมแมคฟาร์แลนด์ในแมคฟาร์แลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลาติน ครอบครัวมีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับย่านชาวสเปนและคร่ำครวญว่าไม่สามารถจ่ายค่าครองชีพในเบเกอร์สฟิลด์ได้ไวท์ถูกจัดให้เป็นผู้ช่วยโค้ชฟุตบอลเป็นอันดับแรก แต่ในที่สุดก็สูญเสียสถานะโค้ชของเขาเมื่อเขาดึงนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ จอห์นนี่ ซาเมนิโก ออกจากเกม ทำให้เฮดโค้ชเจนส์ที่หยาบคายขอให้เขาลาออก ค้นพบว่านักเรียนบางคนของเขาเป็นนักวิ่งที่แข็งแกร่ง จิมมีครูใหญ่คามิลโลอนุญาตให้วิ่งข้ามประเทศเป็นกีฬาและจัดทีมเด็กผู้ชายทั้งหมด เขาขอความช่วยเหลือจากซาเมนิโกและรับสมัครโทมัส วัลเลส, โชเซ่ คาร์เดนาส, วิคเตอร์ พวนเตส และพี่น้องเดวิด, ดามาซิโอ และแดนนี่ ดิอาซ ทั้งเจ็ดมีความหวังน้อยสำหรับอนาคตของพวกเขา โดยเฉพาะวัลเลส ผู้ที่มีความยากลำบากกับพ่อของเขาและเกือบจะโยนตัวเองลงจากสะพานก่อนที่ไวท์จะหยุดเขา ความเลื่อมใสในทีมของจิมนำไปสู่ความยากลำบากของเขาเองกับครอบครัวของเขา รวมถึงการลืมหยิบเค้กวันเกิดของจูลี่ลูกสาวของเขาหลังจากการแข่งขันระดับภูมิภาคไม่กี่ครั้ง ทีมชนะการแข่งขันครั้งแรก ไม่นานหลังจากนั้น พี่น้องดิอาซก็ถูกพ่อของพวกเขาถอดออกจากทีม ซึ่งต้องการให้พวกเขาทำงานให้กับทีมนักเตะสนามของเขาแทน เพื่อเป็นการตอบสนอง ไวท์ได้เข้าร่วมกับพวกเขาในทุ่งนาและโน้มน้าวให้พวกเขามาพบและแข่งขันในช่วงเช้าและปลายของวัน ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็เรียกเขาว่า “โค้ช” 

เชอริล ภรรยาของไวท์จัดงานขายทามาเล่และล้างรถกับเพื่อนบ้านที่เหลือเพื่อระดมเงินสำหรับเครื่องแบบใหม่ ซึ่งครอบครัวและเพื่อนบ้านจะคุ้นเคยกันมากขึ้นในที่สุด ทีมแม็คฟาร์แลนด์ก็แข่งขันและมีคุณสมบัติสำหรับการแข่งขันของรัฐ และไวท์พาพวกเขาไปที่ชายหาดเพื่อฉลอง ไวท์ยังชดเชยกับจูลี่ด้วยการโยนควินเซร่าให้เธอด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แม้ว่ามันจะผิดพลาดเมื่อจูลี่ถูกนำตัวออกไปบน “พาราเด” รอบเมืองและกลุ่มถูกโจมตีโดยคนโง่ข้างถนน แม้ว่ากลุ่มจะยืนยันว่าจูลี่ได้รับการคุ้มครอง แต่จิมตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของครอบครัวของเขาในแมคฟาร์แลนด์และสัมภาษณ์สำหรับตำแหน่งเต็มเวลาที่พาโล อัลโตที่เขาได้รับการเสนอก่อนหน้านี้ ทำให้จูลี่และโทมัสหงุดหงิด เชอริลอ้อนวอนเขาให้ยังคงอยู่ที่นั่นเพื่อทีมแม็คฟาร์แลนด์และเพื่อนของพวกเขาในละแวกนี้ เตือนเขาว่าชุมชนได้โอบกอดพวกเขามากแค่ไหนวันชิงแชมป์ของรัฐมาถึงและมีกองกำลังขนาดใหญ่ของชุมชนแม็คฟาร์แลนด์ร่วมกับทีมในการแข่งขัน ต้องขอบคุณการฝึกอบรมที่เข้มงวดของไวท์และความพยายามของทั้งทีม แม็คฟาร์แลนด์ทำให้โรงเรียนอื่นๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นและเข้ามาเป็นอันดับแรก หลังการแข่งขัน จิมปฏิเสธตำแหน่งปาโล อัลโตและโอบกอดกับครอบครัวและทีมของเขา

สำหรับหนัง Disney เรื่องนี้ เราดูแล้วรู้สึกชอบมาก ผูกเรื่องให้เรารู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของนักวิ่งในทีมแต่ละคน ความเป็นอยู่ และการช่วยเหลือกันของชาวเมือง ที่ดูจะดิบๆเถื่อนๆ อารมณ์คนเมืองที่ไปอยู่ถิ่นกันดารก็จะมองทุกคนเป็นโจรไปซะหมด หนังสอนให้เราไม่มองคนแต่ภายนอกจริงๆ และสอนให้เราพอใจกับสิ่งที่มี และใช้สิ่งนั้นในทางที่ถูกต้อง เรื่องนี้มีทั้งความตลก มีดราม่า มีซึ้ง มีช่วงให้ลุ้น มีช่วงประทับใจ กลมกล่อมมากค่ะ

Mary And Max | เด็กหญิงแมรี่ กับ เพื่อนซี้ ช้อคโก้แม็กซ์ (2009)

Mary-And-Max (2009)

Mary And Max หากใครที่เคยได้ดูผลงานกำกับของ Adam Elliot ใน เว็บหนังHD จากผลงานเก่าๆนั้นจะเป็น หนังแนวอนิเมชั่น ดินน้ำมัน ทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้ไม่รู้ว่าสามารถสร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับโลกของอนิเมชั่น ได้รึปล่าว เพราะว่าเขาได้จับอนิเมชั่น มาสร้างไปแนวของ ดราม่า ไม่ใช่ อนิเมชั่น แนวเอาใจคุณหนูๆ หรือ ดูได้ทั้งครอบครัวสักเท่าไหร่

Mary-And-Max

Mary and Max คือ แอนิเมชัน Animation สต๊อปโมชั่น สร้างสรรค์และกำกับโดย อดัม เอลเลียต ผู้กำกับฝีมือดีที่เคยคว้าออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นขนาดสั้นมาแล้ว เรื่องราวของ แมรี่ (พากย์เสียงโดย โทนี่ คอลเล็ตต์) เด็กหญิงจากเมลเบิร์นที่คาดว่าอาจจะเป็นเด็กที่เปลี่ยวเหงาที่สุดในโลก อยู่ในครอบครัวที่มีแม่ติดเหล้า ส่วนพ่อก็หมกมุ่นอยู่กับการสตัฟฟ์สัตว์ วันหนึ่ง แมรี่ จึงตัดสินใจเขียนจดหมายหาคนแปลกหน้าที่เธอลองสุ่มที่อยู่ในสมุดหน้าเหลือง จนได้ไปเจอกับ แม็กซ์ (พากย์เสียงโดย ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน) ชายวัยกลางคนที่มีปัญหาเรื่องบุคลิกภาพและการเข้าสังคม ทั้งคู่ติดต่อพูดคุยกันทางจดหมายเป็นเวลานาน และมิตรภาพที่ดูผิดเพี้ยนนี้ก็ค่อย ๆ งอกงามจนชวนให้ประทับใจ

เรื่องราวอันน่าประทับใจเริ่มต้นที่ “แมรี่ เดซี่ ดิกเคิล” เด็กหญิงวัย 8 ขวบที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย แม่ของเธอติดบุหรี่และกินเหล้าจนเมาแอ๋แทบทุกวัน ส่วนพ่อที่เป็นพนักงานเย็บเชือกถุงชาก็เอาแต่หมกตัวอยู่กับนกสตาฟ แมรี่ไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน และมักจะโดนล้อเรื่องปานสีขี้หมาบนกลางหน้าผากอยู่เสมอ แต่เธอยังมีไก่ที่ตกจากรถบรรทุกซึ่งกำลังเดินทางไปโรงฆ่าสัตว์ และเพื่อนบ้านที่เป็นโรคกลัวที่กว้าง (และไม่ยอมออกจากบ้าน) เป็นเพื่อน แต่ถึงยังไงแมรี่ก็ยังรู้สึกเหงา และอยากมีเพื่อนอย่างคนอื่นบ้าง วันหนึ่ง ขณะที่แมรี่ไปสำนักงานไปรษณีย์กับแม่ เธอก็เกิดไอเดียบรรเจิด จะเขียนจดหมายถึงคนแปลกหน้า เธอเลือกสุ่มชื่อคนในอเมริกาจากสมุดหน้าเหลือง และเธอได้เขียนจดหมายถึง “เอ็ม. โฮโรวิตซ์”แม็กซ์ เจอร์รี่ โฮโรวิตซ์ ชายหนุ่มวัย 44 ปี อาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์เล็กๆในนิวยอร์ก แม็กซ์เข้ากับใครไม่ได้ อารมณ์อ่อนไหว และสติแตกง่าย แยกแยะสีหน้าของผู้คนไม่ออก ทั้งยังไม่มีเพื่อน เขาอาศัยอยู่กับแมวที่มีตาข้างเดียว หอยทาก ปลาทอง (ที่มักจะตายแบบพิสดารบ่อยจนต้องหาปลาตัวใหม่มาแทนที่อยู่เสมอ) 

และแม็กซ์ยังมีเพื่อนในจินตการเคราดกที่มักจะนั่งอ่านหนังสือเงียบๆอยู่ที่มุมห้อง ทั้งยังมีเพื่อนบ้านแก่หงักที่มีตาฝ้าฟางขั้นรุนแรง แม็กซ์ตื่นเต้นมากที่ได้รับจดหมายของแมรี่ เขาอ่านมัน 4 รอบ และเกือบจะสติแตกเพราะความตื่นเต้น แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเขียนจดหมายตอบเพื่อนตัวน้อยจากออสเตรเลีย ทั้งคู่เขียนจดหมายหากันหลายต่อหลายปีจนกลายเป็นเพื่อนสนิทของกันและกันในที่สุด แม๊กซ์ชอบที่จะเขียนจดหมายตอบปัญหาของแมรี่ (ซึ่งบางครั้งจดหมายจากเพื่อนคนนี้ก็ทำให้เขาสติแตก เข้าโรงพยาบาลประสาท และฆ่าคนโดยไม่เจตนา) ส่วนแมรี่ก็ชอบที่จะอ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของแม็กซ์เช่นกัน มิตรภาพของทั้งคู่งอกเงยและงดงาม… พวกเขาต่างก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง เส้นทางชีวิตของทั้งคู่จะมาบรรจบกันในที่สุด

รีวิวหนัง จะว่าไปมันก็ไม่เหมาะกับเด็กนัก เนื่องด้วยดราม่าขั้นจัด มุขที่ตลกร้ายและค่อนข้างรุนแรงและสีสันที่ไม่ค่อยสดใส บวกกับเหตุการณ์ที่เกิดในเรื่องผู้ใหญ่เกินไป แต่เชื่อเถอะคุณจะพบความประทับใจ หนังแบ่งสีชัดเจน อาจเป็นการสื่อโดยต้องการบอกว่า ชนบทที่มีสีสัน อาจหมายถึงความสดใสของสภาพแวดล้อม สังคม สังคมในชนบทดีกว่า จริงใจกว่าสังคมเมืองมากมายนัก แต่ที่สีสันที่ว่านั้นถูกทาด้วยสีน้ำตาล เนื่องจากเพราะชีวิตของแมรี่ที่ถึงแม้จะอยู่ในชนบท แต่กลับเจอแต่ปัญหาแย่ๆร้ายๆเข้ามาในชีวิต ทั้งการสูญเสียพ่อ ถูกเพื่อนแกล้ง ไม่มีใครคุยด้วย แต่ก็ยังมีเพื่อนข้างบ้านที่แม้จะไม่ได้คุยหรือได้ยินเสียงกันแต่ก็สามารถสื่อสารกันผ่านสายตาได้ และสังคมเมือง ชีวิตของแม็กซ์ที่ถูกทาด้วยสีขาวและดำ บ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่า สังคมเมืองเป็นสังคมที่น่าหม่นหมอง ผู้คนเห็นแก่ตัว สกปรก แถมชีวิตของแม็กซ์ไม่มีเพื่อนเลยซักคน มีแค่ปลาทองและก็เพื่อนในจิตนาการ ชีวิตไร้สีสันถูกทาทับไปด้วยสีดำหม่นๆ

Bending the Arc | มิตรภาพเปลี่ยนโลก (2017)

Bending-the-Arc (2017)

Bending the Arc รู้หรือไม่? ประเทศที่ยากจนที่สุดในซีกโลกตะวันตกคือประเทศอะไร คำตอบคือ ประเทสเฮติ (Haiti) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐเฮติ (Republic of Hait) เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มประเทศแคริบเบียน ซึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลาในทะเลแคริบเบียน เป็นสาธารณรัฐเอกราชของคนผิวดำแห่งแรกของโลกอีกด้วย แต่ทั้ง ๆ ที่เก่าแก่และมีอายุยาวนาน เฮติกลับเป็นชาติที่ยากจนที่สุดในซีกโลกตะวันตก จากที่เราได้เกริ่นมาทั้งหมด เรากำลังพูดถึง สารคดี จาก เว็บดูหนัง เรื่อง Bending the Arc

Bending-the-Arc

Bending the Arc ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary ที่ติดตามกลุ่มผู้สนับสนุนที่มุ่งมั่นจะช่วยชีวิตผู้คนในเฮติ ซึ่งภารกิจของพวกเขาได้กลายเป็นการต่อสู้ในระดับโลกเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและการดูแลด้านสุขภาพ

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ของใครหลายๆ คนนั้นใช้เวลาไปกับการพักผ่อน แต่มีเด็กหนุ่มอายุ 23 ปีที่ใช้เวลานั้นเดินทางไปประเทศทุรกันดารอย่างเฮติ เพื่อไปรักษาคนป่วยที่ยากจน เขาคนนั้นคือ พอล ฟาร์มเมอร์ นักศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ในตอนเริ่มต้น เขาไปมือเปล่า แทบจะไม่มีติดตัวไปเลยยกเว้นมันสมอง เขาสร้างโรงพยาบาลร่วมกับคนในชุมชนที่เมืองคานจ์ ในหลายประเทศวัณโรครักษาได้หายขาด แต่เฮติ ยังมีคนเสียชีวิตจาก ‘โรคไม่เป็นโรค’ หลายร้อยคนต่อวัน เนื่องจากประเทศไม่มีงบให้กับสาธารสุข สาเหตุเกิดจากหลังเศรษฐกิจโลกล่มสลาย หลายประเทศยากจนเป็นหนี้ก้อนโตที่ไม่สามารถจะจ่ายไหว ธนาคารโลกที่นำโดยสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอให้ประเทศเหล่านั้นกู้เงินใหม่เพื่อใช้หนี้เงินเก่า แต่มีข้อยกเว้นคือ เงินเหล่านั้นจะต้องไม่ไปลงทุนด้านอื่นๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดเงินเพิ่มเช่น การศึกษา หรือ ระบบสาธารณสุข เฮติคือหนึ่งในประเทศลูกหนี้ และผลกรรมก็ตกมาสู่ประชาชน จากที่คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงระบบสาธารสุขเป็นทุนเดิม พอถูกตัดงบก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น มีเพื่อนร่วมชั้นของพอลสนใจที่จะมาเข้ามาช่วยเหลือคือ โอฟิเลีย ดาล และ จิม คิม ทั้ง 3 คนนี้มีบทบาทสำคัญมากในการกู้วิกฤตครั้งนี้ เมื่อถูกตัดงบ สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือต้องหางบ โชคดีที่พอลเป็นลูกผู้ดี เขาเลยมีคอนเน็คชั่นอยู่บ้าง พอลเข้าหา ทอม ไวต์ เศรษฐีเมืองบอสตัน จนได้รับทุนมาเพียงพอกับเป้าหมายที่ไม่ใหญ่มาก และนำเงินนั้นมาเปิดเป็นคลินิกพาร์ทเนอร์ส อิน เฮลธ์ เมื่อคนต่างเมืองในเฮติรู้ว่ามีคลินิกมาเปิด พวกเขาก็แห่แหนกันมาทุกสารทิศ บางคนยอมเดินเท้าถึง 7 ชั่วโมง คลินิกนี้เริ่มโด่งดังในหมู่นักบุญ กระทั่งมีบาตรหลวงแจ็คแห่งเปรู มอบเงินทุนให้พวกเขาขยายคลินิกไปช่วยเหลือผู้คนยากไร้ที่เปรูด้วย แต่ทุนที่มีไม่เพียงพอ เนื่องจากพวกเขาพบวัณโรคสายพันธุ์ดื้อยาขนาน ฉะนั้นต้องใช้ทุนที่มากขึ้นเพื่อมาทดลองหาตัวยารักษา 

องค์การอนามัยโลกมองว่า การใช้รักษาเงิน 1 หมื่นดอลลาร์ต่อคนต่อปี นั้นดูจะไม่คุ้มค่า พวกเขาจึงละเลยแต่ ทอม ไวต์และบาตรหลวง แจ็คทุ่มเงินหมดหน้าตักเพื่อให้ภารกิจสำเร็จ เมื่อสถานการณ์ที่เปรูเริ่มดีขึ้น 3 ปีต่อมา รู้เผชิญกับโรคเอดส์อย่างรุนแรง ประเทศในแถบทวีปแอฟริกาได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ธนาคารโลกกลับไม่ให้เงินเพื่อหาทางรักษาแม้แต่บาทเดียว พวกเขามองว่าการใช้เงินมหาศาลเพื่อรักคนผิวดำที่ยากจนนั้นไม่จำเป็นเท่ากับใช้เงินจำนวนเท่ากันรักษาโรคอื่นๆ พอลเป็นตัวตั้งตัวตีในการประจันหน้ากับเหล่าเหล่าธนาคารโลกเพื่อให้การรักษาเอดส์เป็นวาระเร่งด่วน เมื่อเข้าสู่ยุคประธานาธิบดีบุช เขาให้เงินทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีจนหลายคนที่กำลังจะตายกลับมามีชีวิตอีกครั้ง พาร์ทเนอร์ส อิน เฮลธ์ร่วมงานกับรัฐบาลต่างๆ รอบโลกเพื่อสร้างระบบอนามัยสาธารณสุขต่างๆ รวมทั้งในอเมริกาและรอบโลกระหว่างโรคโควิดระบาด ทีมได้เติบโตมีสมาชิกกว่า 18,000 คน เกือบทุกคนมาจากชุมชนที่พวกเขาทำงาน ปัจจุบันจิม คิม ได้กลายเป็นผู้บริหารธนาคารโลก ซึ่งประกาศมอบทุนสนับสนุน 15,000 ดอลลาร์เพื่อเร่งให้เกิดการดูแลสุขภาพสากลที่ครอบคลุมและสร้างระบบสุขภาพขึ้นใหม่ในแอฟริกา ปัจจุบันกลุ่มธนาคารโลกเป็นหัวเรือใหญ่หารือทุกประเด็นที่กระทบคนยากจน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การย้ายถิ่นและการศึกษา

สารคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ของมนุษย์ด้วยกัน อีกทั้งองค์การอนามัยโลกยังมองคนผิวดำเป็นแค่สิ่งที่ไร้ประโยชน์ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาเงินจำนวนนนี้มารักษาพวกเขา สารคดี หนังออนไลน์ นี้ เป็นอะไรที่เราดแล้วสะเทือนใจเอามากๆค่ะ