Headshot | ฝนตกขึ้นฟ้า (2011)

Headshot (2011)

Headshot ภาพยนตร์อิสระเรื่องนี้เป็นของผู้กำกับ เป็นเอก รัตนเรือง ที่ได้รับทุนจาก “ไทยเข้มแข็ง” ส่วนหนึ่ง อีกหลายส่วนมาจากบริษัทต่างๆจาก เว็บดูหนัง ต่างประเทศ โดยดัดแปลงมาจากหนังสือของคุณ ‘วินทร์ เลียววาริณ’ ชื่อเดียวกันคือ ฝนตกขึ้นฟ้า ซึ่งผู้กำกับเป็นเอก กล่าวออกมาว่า “หนังสือกับหนังไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดแต่อย่างใด แต่เลือกเฉพาะส่วนที่เขาชอบเท่านั้น”

Headshot

Headshot ภาพยนตร์ไทยแนว ระทึกขวัญ Thriller โดยหนังได้เล่าเรื่องราวถึง “ตุล” ตำรวจที่ผิดหวังกับระบบความยุติธรรม จึงได้ก่อตั้งตัวเป็นศาลเตี้ย รับจ้างฆ่านักการเมืองเลวๆ จนกระทั่งการรับงานหนึ่งนำผลให้ถูกยิงที่หัว จนทำให้ระบบการมองเห็นพลิกผัน กลายเป็น “ภาพกลับหัว” จนทำให้เขาคิดอยากวางมือจากวงการนี้ เขาจะทำได้หรือไม่

ตุล (นพชัย ชัยนาม) เป็นอดีตนายตำรวจหนุ่มมือสะอาด อนาคตไกล แต่วันหนึ่งเขาถูกบังคับให้ทิ้งคดีใหญ่ที่สุดคดีหนึ่ง เพราะจำเลยในคดีนั้นคือผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย หลังจากคดีถูกยกฟ้อง ตุล ตัดสินใจลาออกจากราชการ สิ่งหนึ่งที่ประชาชนธรรมดา ๆ อย่างเราไม่รู้ก็คือ ในประเทศเรามีองค์กรลับ ๆ องค์กรหนึ่งถูกตั้งขึ้นมาเมื่อราว ๆ 30 ปีมาแล้ว จุดประสงค์ขององค์กรนี้ก็คือ เก็บ มารสังคมที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้ เช่นพวกนักการเมืองคอร์รัปชั่น พ่อค้ายาเสพติดที่มาในรูปของนักธุรกิจ หรือว่าพวกที่ร่ำรวยอยู่ในอุตสาหกรรมค้าประเวณีเด็ก และอิทธิพลเหนือกฎหมายทั้งหลาย เป็นต้น องค์กรนี้เชื่อว่า ในเมื่อความชอบธรรมไม่มีในสังคม เราก็ต้องสร้างความชอบธรรมขึ้นมาเอง ความคิดนี้เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา และปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศต่างก็มีองค์กรเช่นเดียวกันนี้ ตุล กลายเป็นมือสังหารขององค์กรนี้ราว 4 ปีแล้ว งานชิ้นล่าสุด ตุล พลาดท่าถูกยิงที่ศีรษะ เขารอดตายหวุดหวิด แต่ก็นอนโคม่าอยู่ร่วม 2 เดือน เมื่อฟื้นขึ้นมา ตุล เห็นภาพทุกอย่างกลับหัว และถึงแม้ว่าเขาจะพักฟื้นจนร่างกายสมบูรณ์แล้ว สายตาของเขาก็ยังเห็นภาพกลับหัวอยู่เช่นเดิม มือสังหารไม่น่าจะเป็นอาชีพที่ดีนักสำหรับคนที่เห็นทุกอย่างกลับหัว ตุล จึงตัดสินใจลาออกจากองค์กรลับแห่งนั้น เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะวางปืน อำลาอดีต และกลับไปบ้านเกิดในชนบทเพื่อมีชีวิตใหม่ที่เรียบง่าย และสงบสุข แต่กรรมที่ ตุล ทำไว้ในอดีตจะปล่อยให้เขาหลุดจากบ่วงของมันได้ง่าย ๆ จริงหรือ ความชอบธรรมที่เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขามีส่วนสร้างมันขึ้นมานั้น แท้จริงแล้วมันเป็นความชอบธรรมจริงหรือ และสมณเพศที่ ตุล ตัดสินใจเข้าไปใช้ชีวิตอยู่นั้นจะสามารถให้ความสงบร่มเย็น กับคนที่ยังไม่ได้รับการอโหสิกรรมอย่างเขา หรือมนุษย์เราอาจจะลืมอดีตได้ แต่อดีตไม่มีวันลืมเรา

ภาพยนตร์ที่ดำเนินเรื่องอย่างสลับเวลา อาจจะทำให้ต้องใช้ความคิดในการปะติดปะต่อเรื่องบ้าง แต่นั่นก็ทำให้หนังไม่น่าเบื่อ อีกทั้งเรื่องราวก็ไม่ได้เข้าใจยากจนเกินไป ดูไปสักพักก็จะเริ่มเห็นโครงของเรื่องราวมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่งานภาพ เสียงเพลงประกอบ และการเล่าเรื่องที่อาจจะเนิบช้าไปบ้าง มันเป็นแนวทางของผู้ชายคนนี้ เป็นเอก รัตนเรือง นอกจากการแสดงที่ดีเยี่ยมของ นพชัย ชัยนาม แล้ว ก็ยังผสานเข้ากับการแสดงของ คริส หอวัง สาวสวยที่ตุลเจอกลางภารกิจหนีตาย เรื่องนี้ คริส สวยมาก มากกว่าในหนังเรื่องใดๆ ที่เคยดูมา พร้อมทั้งยังมี อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต หรือ โจอี้ บอย ที่ใครๆ คุ้นเคย มาคราวนี้เขาได้รับบทเข้มๆ เลวๆ ซึ่งก็ทำได้ดีทีเดียว

รีวิวหนัง หนังไม่ได้เครียดตลอดเวลา ยังมีตลกร้ายๆ แทรกเข้ามาเป็นพักๆ หากที่ฉากของการฆ่ากันด้วยปืนอย่างโจ่งแจ้ง และฉากร่วมเพศที่เห็นอวัยวะท่อนบน ทำให้หนังเรื่องนี้ได้รับเรท น18+ ไปอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้ ยังมีบทพูดหลายจุดที่เสียดสีสังคมอย่างเจ็บแสบๆ ดูแล้วหัวเราะหึๆ ได้ทั้งในใจและส่งออกมาเป็นเสียง เพียงแต่ในโลกจริง คงไม่มีใครยอมให้ตั้งศาลเตี้ยออกมาหรอกมั้ง

Baby Driver | จี้ เบบี้ ปล้น (2017)

Baby-Driver (2017)

Baby Driver ช่วงนี้ใครที่ไม่รู้จะ ดูหนังออนไลน์ฟรี เรื่องอะไร วันนี้เรามีหนังแนวแอคชั่น มาให้เพื่อนๆได้รับชมกันค่ะ โดยภาพยนตร์เรื่อง Baby Driver เป็นภาพยนตร์จากค่าย Sony ค่ะ โดยทาง Netflix ได้นำมาลงให้เพื่อนๆที่ชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ดูกันอีกครั้ง

Baby-Driver

Baby Driver เป็นภาพยนตร์แนว อาชญากรรม Crime เขียนบทและกำกับโดยเอ็ดการ์ ไรต์ นำแสดงโดยแอนเซล เอลกอร์ต รับบทคนขับรถผู้ช่วยในการหลบหนีซึ่งชื่นชอบการฟังเพลง และพยายามปลดปล่อยตัวเองจากวังวนอาชญากรไปพร้อม ๆ กับคนรัก (ลิลี เจมส์) มีนักแสดงสมทบที่สำคัญได้แก่ เควิน สเปซีย์, จอน แฮม, เอซา กอนซาเลซ, เจมี ฟ็อกซ์ และจอน เบิร์นธัล อำนวยการสร้างโดยทิม เบวาน และเอริก เฟลเนอร์ ร่วมกับไนรา พาร์ก ได้รับการร่วมทุนและจัดจำหน่ายจากโซนี่พิคเจอร์สเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และไตรสตาร์พิคเจอร์ส

เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีนามแฝงว่า “เบบี้” ซึ่งเขามีหน้าที่เป็นคนขับรถเพื่อหลบหนีการไล่ล่าของตำรวจ เนื่องจากพรสวรรค์ในการขับรถหลบหนีและการพลิกแพลงสถานการณ์ โดยจุดเริ่มต้นของเขาในเส้นทางอาชญากรรมคือการติดหนี้ “ด็อค” ผู้มีหน้าที่เป็นนักวางแผนในการปล้นแต่ละครั้ง ซึ่งเบบี้อยากออกจากวงการและหางานสุจริตทำเมื่อเขาใช้หนี้ด๊อกหมดแล้ว แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เมื่อเขาต้องเข้าไปพัวพันกับการปล้นครั้งใหม่ ซึ่งการปล้นครั้งนี้มีทั้งความตื่นเต้น การหักหลัง การพลิกแพลงสถานการณ์ การเอาตัวรอด โดยเรื่องนี้ในช่วงแรก ๆ นั้นมีพล็อตเรื่องที่เรียบ ๆ เป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตของ เบบี้ ว่าไปทำอะไร ไปเจอใครบ้าง หลังจากเลยครึ่งเรื่องไป เหตุการณ์ก็เปลี่ยนหลังจากที่ เบบี้ เลือกขัดขวางการปล้น ก็ตามมาด้วยความระทึกใจ กับฉากยิงกันของผู้ร้ายกับตำรวจ ตามด้วยฉากการยิงกันของ เบบี้ กับ บัดดี้ ที่ยกระดับความมันขึ้นมาอีก และก็ต่อด้วยความเศร้าสลดเมื่อ เบบี้ ถูกตำรวจจับ และตามมาด้วยการจบลงอย่าง Happy Ending

เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ถูกจริตคนดูเป็นอย่างมาก ด้วยเรื่องราวของหนังที่มีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นดราม่าเล็กๆ ความรัก ความฮา การต่อสู้การและเอาตัวรอด โดยหนังเอาสิ่งเหล่านี้มาผสมให้คนดูรู้สึก ดูแล้วถูกจริต ดูแล้วมันน่าติดตาม มันรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวเอก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ บอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้สำเร็จมากๆในจุดนี้ ด้านเนื้อเรื่อง ต้องบอกก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้มีการเอาอารมณ์หลายๆอย่างเข้ามาผสมดังนั้นหากคุณต้องการหนังที่มีความเข้มข้น ความดราม่า กระฉากอารมณ์ เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมกับคุณนัก แต่ถ้าหากคุณเปิดใจดูหนังเรื่องนี้คุณจะพบกับหนังที่เบาๆ แต่มันส์โครต โดยตัวหนังจะเน้นเป็นเรื่องราวของ เบบี้ หนุ่มพูดน้อยแต่มีสกิลตีนผีระดับเทพ โดยตัวเขานั้นมักจะถูกจับให้ไปขับรถให้แก๊งค์โจรแก๊งค์หนึ่งที่เวลาออกปล้นนั้นมักจะไม่ใช้สมาชิกเดิมซ้ำๆ แต่ถ้าหากถามว่าตัวเขาอยากทำแบบนี้หรือไม่คงต้องตอบว่า เขาไม่อยากทำแต่สถานการณ์ต่างๆมันพาไป นอกจากเรื่องสกิลขับรถขั้นเทพแล้วเขาก็ยังมีความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับเพลงอีกทำให้เขามีงานอดิเรกที่แปลกๆ แต่ความแปลกนั่นเองทำให้เขาได้พบกับรักที่ยากจะลืม

สรุปแล้ว เป็น หนังคุณภาพ อีกเรื่องที่เราดูแล้วรู้สึกไหลลื่น ไม่มีติดขัดอะไร โดยส่วนตัวนั้นเรามองว่าผู้กำกับนั้นทำการบ้านมาดี ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการขับรถของตัวละคร เพลงที่ใช้ประกอบ และแม้แต่ฉากที่เลือกวิวได้ดี ซึ่งจุดนี้เองมันทำให้รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ถึงมีฉากแอ็คชั่นน้อยแต่มันก็เพลิน สำหรับที่ใครยังไม่เคยดู เราขอแนะนำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับคนที่ไม่รู้จะดูเรื่องอะไรค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

Fright Night 2 New Blood | คืนนี้ผีมาตามนัด 2 (2013)

Fright-Night-2-New-Blood (2013)

Fright Night 2 New Blood สำหรับหนังแวมไพร์ เรียกว่าเป็นหนังคลาสสิกตลอดกาลก็ว่าได้ ที่พูดถึงเรื่องราวของความลึกลับ ชีวิตอมตะ และการกระหายเลือด เต็มไปด้วยความน่ากลัว สยองขวัญ แต่ก็มีอยู่ไม่น้อยที่แยกออกมานำเสนอในด้านความน่าหลงใหลและตลกขบขัน ซึ่งในหนังแวมไพร์เรื่องนี้ ภาคแรกที่เราได้ ดูหนังออนไลน์ฟรี เมื่อไม่นานมานี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ส่วนภาคสองนั้น เราก็คลาดหวังไว้ว่ามันคงจะมีอะไรที่พีคกว่าเดิม

Fright-Night-2-New-Blood

แต่ต้องบอกก่อนว่า Fright Night 2 New Blood ภาพยนตร์แนว สยองขวัญ Horror เรื่องนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือต่อจากภาคแรกเลย มีเพียงแค่ก่อนยืมชื่อตัวละคร มาเฉยๆ โดยหนังได้เล่าเรื่องราวของ เจอร์รี่ แดนดริดจ์ ศาสตราจารย์สาวสวยสุดเซ็กซี่ แต่เมื่อถึงตอนกลางคืน เธอกลับเป็นแวมไพร์ ที่กระหายเลือดมนุษย์ และเมื่อมีกลุ่มนักเรียนไฮสคูล ได้เข้ามาเรียนที่โรมาเนีย พวกเขาต่างก็ต้องติดไปในร่างแหแห่งตัณหาและพบกับความสยองและน่ากลัวของ เจอร์รี่ จนทำให้ ชาร์ลี และ อีวิล เอ๊ด จำเป็นจะต้องขอความช่วยเหลือจาก ปีเตอร์ วินเซนต์ พิธีกรรายการผีทางโทรทัศน์ ให้มาช่วยกำจัด เจอร์รี่ และช่วยเหลือ เอมี่ ซึ่งเป็นแฟนเก่าของ ชาร์ลี ที่กำลังตกเป็นเหยื่อของนางปีศาจแวมไพร์ตนนี้

ความรู้สึกหลังดูจบ สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดคือ ความเร่าร้อนของแวมไพร์สาวอายุหลายร้อยปีที่คัดเลือกนักแสดงมาได้ถูกใจผู้ชมหนุ่ม ๆ ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งความพยายามที่จะสร้างตัวตนของแวมไพร์จากบุคคลที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์ที่มีความโหดเหี้ยมอันเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้นเป็นอย่างมาก และสุดท้ายคือรูปแบบการล่าเหยื่อของแวมไพร์เรื่องนี้ที่ค่อนข้างแปลกใหม่ด้วยการใช้เสียงโซน่าแบบค้างคาว ทำให้เรารู้สึกว่าหนังมันไม่จำเจ ช่วยทำให้หนังดูมีอะไรมากกว่าเดิม โดยพลังนี้มันสามารถค้นพบเหล่าตัวเอกที่กำลังหลบหนีตายได้มากกว่าเพียงการทำจมูกฟุดฟิด สูดดมกลิ่นเลือดในอากาศเหมือนกับที่หนังแวมไพร์เรื่องอื่น ๆ ชอบทำกัน จุดนี้ถือว่าทำได้ดี 

ส่วนโครงสร้างเนื้อเรื่องของหนังมันแทบไม่เปลี่ยนไปจากภาคแรกเลยค่ะ คือ พระเอกเจอความลับแวมไพร์ แฟนถูกหมายหัว แวมไพร์เป็นคนใกล้ตัว ต้องไปหานักล่าแวมไพร์มาช่วย แต่นักล่าแวมไพร์ดันเป็นนักล่ากำมะลอที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่สำคัญกว่า คือ กว่าจะฆ่าได้ก็ล่อเอาเหนื่อยแบบสุด ๆ โครงสร้างของหนังเรื่องนี้ คือ ลอกสูตรมาจากภาคแรกเป๊ะเลยค่ะ เพียงแต่เปลี่ยนแวมไพร์ภาคแรกจากชายเป็นหญิงเท่านั้นเอง ส่วนจุดบอดของหนังมันก็มีค่ะ คือ ภาคนี้แวมไพร์อุตส่าห์เอาตัวแม่ระดับบาโทรี่มาทั้งที ดันไม่มีรังสีความน่ากลัวอะไรเลย อาจจะเพราะพลังดาราที่ส่งออกมาก็ได้ทำให้แวมไพร์นางนี้ไม่มีความน่าสะพรึงต่างจากที่ โคลิน ฟาร์เรล ได้เล่นในภาคแรก แต่โดยส่วนตัว เราเทใจไปภาค1 มากกว่าค่ะ

สรุปแล้ว หนังต่างประเทศ Fright Night 2 New Blood ถือว่าทำเอาเราผิดหวังมากๆค่ะ ถึงแม้จะเปลี่ยนการล่าของแวมไพร์แบบใหม่ แต่เนื้อเรื่องก็ยังไม่ได้ฉีดต่างไปจากภาคแรกมากนัก ส่วนฝีมือนักแสดง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ได้ห่วย แต่ก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำค่ะ ยิ่งช่วงท้ายหนังเรียกได้ว่า รีบเร่งไปจนทำให้ไม่สามารถลุ้นอะไรได้เลย อยากจะจบก็จบไปซะงั้น นั้นทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าหนังสามารถยืดเรื่องได้อีกสักหน่อยอาจจะจบได้ดีมากกว่านี้ค่ะ

Hitman Agent Jun | มือสังหารสายอาร์ต (2020)

Hitman-(Agent-Jun) (2020)

Hitman Agent Jun อันยองชาวคอ ดูหนังออนไลน์ฟรี ทุกคน ช่วงนี้ใครที่ดูซีรีย์กันมาเยอะแล้ว คราวนี้เรามาเปลี่ยนโหมดสับสวิตซ์มาชมหนังเกาหลีกันบ้างดีกว่า กับภาพยนตร์เรื่อง Hitman Agent Jun หากใครที่เบื่อๆกับหนังหวานๆ เลี่ยนๆ งั้นเราไปอ่านหนังแอคชั่นเรื่องนี้กันเลยค่ะ

Hitman-(Agent-Jun)

Hitman Agent Jun ภาพยนตร์เกาหลี แนว แอคชั่น Action คอมเมดี้ Comedy ผลงานกำกับและเขียนบทของ ชเววอนซอบ นำแสดงโดย ควอนซังซู , จองจุนโฮ , ฮวังอูซึลฮเย เรื่องย่อ จุน (ควอนซังซู) เคยเป็นนักฆ่าในตำนานของ NIS แต่ความปรารถนาที่แท้จริงของเขาคือการเป็นนักเขียนเว็บตูน ดังนั้นเพื่อไล่ตามความฝันของเขา จุนจึงเลิกทำงานกับ NIS ทำให้ในตอนนี้เขากลายเป็นนักเขียนเว็บตูนอย่างเต็มตัว แต่ทว่างานเขียนของเขากลับไม่ได้รับความนิยม และเขากำลังมีปัญหาในการเขียนเรื่องใหม่ ๆ คืนหนึ่งหลังจากที่เขาดื่มอย่างหนัก เขาโพสต์เรื่องราวในอดีตของตัวเองและความลับของ NIS ลงบนโลกออนไลน์อย่างไม่รู้ตัว ทำให้เขาต้องเผชิญกับปัญหามากมายตามมา

เป็นเรื่องราวของจุน เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เขาเหมือนจะโดดเดี่ยว แต่กลับมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมยื่นโอกาสให้เขาเป็น จุน สายลับ NIS ฝีมือระดับเทพ จนกล่าวเป็นตำนานถึงความเก่งกาจ เขาเป็นอาวุธในร่างกายคน ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ผ่านเลือดผ่านเนื้อมามากมาย จนวันหนึ่งเขาอยากมีชีวิตเป็นของตัวเองไม่ใช่มีชีวิตเพื่อรัฐบาลไปวัน ๆ โดยที่เขาไม่มีความสุขกับตัวเองเลย แต่เมื่อได้ก้าวเข้ามาถึงจุดนี้แล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะขอถอนตัวหรือเลิกเป็น นอกจากความตายเท่านั้นที่เขาสมควรได้รับ ในภารกิจสุดท้ายที่จะต้องไปปฏิบัติ แต่กลับมีฝนตกอย่างหนัก และเมื่อเขากระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ ร่มชูชีพกลับไม่ทำงานจนทำให้เขาตกลงไปในน่านน้ำอันกว้างใหญ่จนทำให้หาศพไม่เจอ ทุกคนใส่ชุดดำเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาที่ตายในหน้าที่อย่างสมเกียรติ

15 ปีต่อมาปรากฏร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งหมกมุ่นอยู่กับงานเขียนผ่านเว็บตูนอย่างเคร่งเครียด เขาชอบวาดรูปการ์ตูนเพราะทำให้เขาผ่อนคลายที่สุด แต่เรื่องที่เขาเขียนกลับไม่โด่งดังเหมือนที่หวังไว้ แถมเพื่อน ๆ ของลูกก็วิจารณ์งานเขียนของเขาว่าแย่มาก ๆ ภรรยาของเขากลายเป็นคนที่หารายได้เข้าบ้าน จนทำให้เขาเครียดหนักมากและรู้สึกอับอาย จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจเขียนเรื่องราวของเขาเองลงบนเว็บตูนและทำให้เขากลายเป็นนักเขียนผู้โด่งดัง มีรายได้เข้ามามากมาย แต่แล้วก็ต้องแลกกับการถูกตามล่าจากครูฝึกสุดโหดของ NIS และผู้ร้ายข้ามชาติโรคจิตที่จะกลับมาแก้แค้นเรื่องราวในอดีต ใช่แล้ว นักเขียนผู้โด่งดังคนนี้คือคนเดียวกับนักฆ่าระดับตำนานที่เข้าใจว่าเสียชีวิตแล้ว ความสนุกจึงบังเกิดขึ้น เมื่อทั้งเมียและลูกถูกจับเป็นตัวประกันทั้งคู่ แล้วเขาจะไปช่วยใครก่อนดีเมื่อคนที่จับตัวสองคนนั้นเป็นคนละพวก 

เป็น หนังเกาหลี อีกเรื่องที่สนุกสนาน ดูเพลินๆ คลายเครียดดีค่ะ พลอตไม่ซับซ้อน บทไม่ต้องคิดเยอะ คอยเก็บมุกฮาที่หยอดกระจายวางไปตลอดเรื่อง (แต่ถ้าผู้ชมคนไหนเส้นลึก หรือคาดหวังเดาเรื่องไว้ก่อนแล้ว ความฮาก็อาจเจือจางไป) หลักๆก็มาจากคาแรคเตอร์ควอนซังอูนี่แหละ ภาพจำความเป็นฮิตแมนมาดเท่คนเข้ม พอพลิกบทมาเป็นอีกด้านที่แตกต่างหน้ามือหลังมือ เป็นคนหงอๆกลัวเมีย เป็นพ่อบ้านจัดการงานบ้านสารพัดแคล่วคล่อง ทนหัวหน้า บก.โวย ถูกชาวเน็ตวิจารณ์แรงๆชวนเสียเซลฟ์ ช่างเป็นความ contrast ที่ขำแบบชวนสงสาร

Blacklight | โคตรระห่ำ ล้างบางนรก (2022)

Blacklight (2022)

Blacklight สวัสดีค่า วันหยุดสุดสัปดาห์นี้เรามาอัพเดต หนังชนโรง เรื่องใหม่กันดีกว่า กับภาพยนตร์เรื่อง Blacklight หากใครที่ชอบหนังแอคชั่น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงนำอย่าง Liam Neeson ที่แสดงหนังแอ็กชันทีไร มันทุกเรื่องจริง ๆ ค่ะ เรื่องนี้ เค้าได้แสดงบทบาทไล่ล่าเหล่าสายลับ CIA

Blacklight

Blacklight หรือชื่อไทย โคตรระห่ำ ล้างบางนรก ภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action โดยได้ผู้กำกับนามว่า Mark Williams ซึ่งมีผลงานกำกับและเขียนหนังชื่อดังอย่าง Honest Thief (2020), Ozark (2017) และ The Markman (2021) หนังได้นักแสดงนำชายสุดโด่งดังอย่าง Liam Neeson รับบทเป็น Travis Block ชายที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเหล่าสายลับ ก่อนที่สายลับจะถูกจับได้หรือออกนอกภารกิจที่พวกเค้าทำ และได้นักแสดงชื่อดังอย่าง Aidan Quinn รับบทเป็น Gabriel Robinson หัวหน้าของทราวิส ซึ่งเป็นหัวหน้าขององค์กร CIA

ทราวิส ชายที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือสายลับของ CIA จากการที่ถูกเปิดเผยตัวตนและช่วยเหลือสายลับบางคนที่ออกนอกเส้นทาง เค้ามีหัวหน้าชื่อ เกเบรียล ซึ่งทำงานเป็นหัวหน้าองค์กร CIA ทราวิสได้รับภารกิจให้ไปคุยกับดัสตี้ สายลับที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจ แต่ดัสตี้ต้องการเปิดเผยข้อมูลบางอย่างให้กับมิร่า นักข่าวสาวประจำสำนักข่าวชื่อดัง มิร่าที่กำลังเล่นข่าวของโซเฟีย นักพูดปลุกระดมคนรุ่นใหม่ที่ตายอย่างปริศนา ดัสตี้จึงพยายามติดต่อมิร่าเพื่อบอกความลับที่เค้ารับรู้มา ทราวิสจึงทำทุกวิถีทาง เพื่อยับยั้งเรื่องที่ดัสตี้กำลังจะแฉ CIA ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ จะทำให้ทราวิสได้รับกระทบในเรื่องงาน รวมไปถึงครอบครัวของทราวิสเองได้รับผลกระทบถึงชีวิตเช่นกัน เรื่องราวจะเข้มข้น ฉีกหน้าพวกตำแหน่งใหญ่ได้มากแค่ไหน หรือเรื่องราวไม่ชอบมาพากลจะถูกลืมเลือนทั้งหมด จากเนื้อเรื่องก็จะเห็นได้ว่าเรื่องราวไม่ได้แปลกใหม่อะไร กับเรื่องราวของสายลับจะวางมือพร้อมกับเปิดโปงความลับอันดำมืดขององค์กร เราเห็นหนังแนวนี้มาเป็นร้อยเรื่อง ทางด้านเนื้อเรื่องมันจึงไม่ได้สร้างความสนุกหรือตื่นเต้นให้กับคนดูแต่อย่างใด แทบจะไม่เดินหน้าไปไหนเลยด้วยซ้ำ

หนังพยายามใส่มิติให้มากขึ้นด้วยการเพิ่มเรื่องราวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่โดนฆ่า แต่มันก็แค่นั้นไม่ได้หยิบยกประเด็นการขุดคุ้ยอะไรมากกว่านี้ มีตัวละครนักข่าวมาให้เหมือนจะมีอะไรสักหน่อยคอยขุดคุ้ยเรื่องของรัฐบาล แต่เหมือนกลับกลายเป็นว่าใส่ตัวละครนี้มาเพื่อให้ป๋าเลียมพูดคุยด้วยเฉย ๆตามมาด้วยประเด็นปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวละครของป๋าเลียมที่บอกมีปัญหาทางจิต เจ้าระเบียบ ย้ำคิดย้ำทำ เราเห็นอาการแบบนั้นของตัวละครนี้มาตลอดทั้งเรื่อง แต่เหมือหลายจุดหนังจะลืมไปว่าตัวละครมีอาการนี้ และไม่ได้หยิบยกมันมาเป็นปัญหาในการดำเนินเรื่องสักเท่าไหร่เลย ยิ่งในฉากแอ็คชันเรียกได้ว่าหายไปเลย ไม่รู้จะปูมาทำไม เหมือนไม่ได้สำคัญต่อการดำเนินเรื่องด้วยซ้ำ แถมบทจะจบก็จบง่าย ๆ ดื้อ ๆ ซะงั้น ซึ่งเอาจริง ๆ แต่ละตัวละครก็ดูไม่มีเสน่ห์เอาซะเลย ไม่ว่าจะฝั่งดี ฝั่งร้าย หรือแม้กระทั่งตัวเอกของป๋าเลียมก็ดูแล้วไม่ได้อยากเอาใจช่วย แต่ดูแล้วสงสาร เหนื่อยแทน เอาลุงอายุจะ 70 มาแอ็คชันมันก็จะออกมาเนือย ๆ แบบนี้แหละ ฉากวิ่งไล่เลิกพูดไปได้เลย แค่เตะต่อยได้ไม่กี่วิก็บุญแล้ว

สรุปแล้ว Blacklight เป็นหนังที่ไม่สนุกและไม่น่าประทับใจเอาซะเลย แอ็คชันก็ไม่ดี บทก็ไม่ได้ เห็นการแสดงของป๋าเลียมแล้วรู้สึกเหนื่อยแทนจริง ๆ นะ ดูป๋าแกไม่ไหวแล้วจริง ๆ ใครหวังจะได้เห็นฉากแอ็คชันมันส์ ๆ คงต้องผิดหวังสักหน่อย สิ่งเดียวที่น่าชื่นชมคือความน่ารักเวลาเล่นกับหลานนี่แหละ อยากให้ป๋าลองเปลี่ยนแนวไปเป็น หนังดราม่า คอยดูแลหลานหรือ หนังคอมเมดี้ แบบฮา ๆ ตลกหน้าตาย น่าจะฮาไม่ใช่น้อย ไม่ต้องเหนื่อยมากด้วย

Legend Of Zorro | ศึกตำนานหน้ากากโซโร (2005)

Legend-Of-Zorro (2005)

Legend Of Zorro หลังจาก The Mask of Zorro ในปี 1998 ประสบความสำเร็จทั้งคำวิจารณ์และรายได้ที่เก็บเงินไปทั่วโลกราว 250 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 95 ล้านดอลลาร์ จึงไม่แปลกใจที่ค่าย เว็บดูหนัง Sony Studio ร่วมมือกับ Amblin Entertainment จะสร้างหนังภาคต่อออกมาให้เราได้ชมแต่แฟนหนังต้องรอคอยถึง 7 ปีถึงจะได้ดูภาคต่อของโซโร โดยภาค 2 นี้ทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 146 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 75 ล้านดอลลาร์ ในชื่อ The Legend of Zorro หรือชื่อไทย ศึกตำนานหน้ากากโซโร

Legend-Of-Zorro

The Legend of Zorro ภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action เป็นผลงานการกำกับของ มาร์ติน แคมบ์เบล เรื่องย่อ ดอน อะเลจันโดร เดอ ลา เวก้า (แอนโตนิโอ แบนเดอราส) และ เอเลน่า (แคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์) ได้แต่งงานกันและมีลูกชายอายุ 10 ขวบชื่อโจควิน (เอเดรียน อลองโซ) ซึ่งถึงแม้อะเลจันโดรจะยังคงสวมหน้ากากโซโรออกปกป้องผู้ยากไร้และพิทักษ์ชาวเมืองแคลิฟอร์เนียจากพวกเจ้าขุนมูลนายหน้าเลือดแต่มาบัดนี้ความรู้สึกของเขากลับถูกแบ่งออกเป็นสองระหว่างสำนึกในหน้าที่และความปรารถนาที่อยากจะมีชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไป

 

ในปี 1850 แคลิฟอร์เนียกำลังลงคะแนนเสียงว่าจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในรัฐของสหรัฐอเมริกาหรือไม่ มือปืนป่าคนหนึ่งนามว่า เจคอบ แม็กกิฟเว่น พยายามขโมยบัตรเลือกตั้งแต่ โซโร ไล่ตามเขาและยึดคะแนนเสียงกลับมาได้ ในระหว่างต่อสู้เจคอบดึงหน้ากากออกและเผยว่าเขาคือ ดอน อเลฮานโดร เดอลา เวก้า โซโร เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์ เขาได้รับการต้อนรับจาก เอเลน่า ภรรยาที่รักของเขา ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะเอเลน่าอยากให้เขาเลิกเป็นโซโร เช้าวันต่อมาเอเลน่าพบกับ พิงเกอร์ตัน ที่บอกเธอว่ารู้ความลับของโซโร ไม่นานดอน ก็ได้รับเอกสารขอหย่าจากเธอซึ่งแน่นอนว่าคือการบังคับให้ทำ หลังจากหย่าร้างเขาก็ย้ายไปอยู่ห้องพักเล็กๆ และจมอยู่กับความเศร้า วันหนึ่งเขาถูกชักชวนให้ไปงานเลี้ยงไร่องุ่นของเศรษฐีชื่อ อาร์มันด์ ซึ่งเป็นสามีใหม่ของเอเลน่า ระหว่างจัดงานมีการระเบิดเกิดขึ้นใกล้ๆ กับคฤหาสน์อย่างปริศนา 

เจคอบและลูกสมุนก็บุกโจมตีงานเลี้ยง โซโรสามารถปกป้องภรรยาและลูกน้อยได้ เวลาต่อมาโซโรเดิมพันกับเจคอบที่คฤหาสน์ของอาร์มันด์ ซึ่งเผยว่าอาร์มันด์ต้องการที่ดินของชาวนาเพื่อสร้างทางรถไฟจึงปลุกปั่นสถานการณ์ให้รุนแรงและอาร์มันด์คือหัวหน้าสมาคมลับอัศวินแห่งอารากอนซึ่งเคยปกครองยุโรปในอดีต อาร์มันด์วางแผนที่จะทำให้อเมริกาถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามและเข้าสู่ความโกลาหล วันหนึ่งพิงเกอร์ตัน ตัดสินบอกความจริงกับโซโรว่าเขาแปล็กเมล์เอเลน่าให้หย่ากับโซโรและบังคับให้เธอแต่งงานกับอาร์มันด์เพื่อเข้าให้ข้อมูลลับ เนื่องจากแคลิฟอร์เนียยังไม่เป็นรัฐ พวกเขาจึงไม่สามารถทำการสอบสวนทางกฎหมายกับเขาได้ พิงเกอร์ตันรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้คนเดียว จึงต้องดึงตัวโซโรมาอีกแรง โซโรจึงต้องทำภารกิจช่วยเหลือเมืองเกิดจากคนชั่วที่หวังจะใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อปกครองรัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมกับช่วยเหลือและปลดปล่อยภรรยาให้เป็นอิสระเพื่อที่จะได้กลับมาเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับเขาอีกครั้ง

รีวิวหนัง ในขณะที่ฮีโร่คนอื่นๆไปกันได้ไกล The Legend of Zorro ยังเป็นการย่ำอยู่กับที่ของหนังฮีโร่ สำหรับคนที่ไม่ได้ชอบมาตั้งแต่ The Mask of Zorro เชื่อว่าดูภาคนี้ก็คงไม่ทำให้ชอบมากขึ้น สำหรับคนที่เคยชื่นชอบ The Mask of Zorro มาก่อนมาดูภาคนี้ น้อยคนที่จะชอบมากกว่าภาคที่แล้ว มิหนำซ้ำน่าจะมีคนดูจำนวนหนึ่งที่เริ่มรู้สึกจำเจจนสนุกกับมันน้อยลง แม้ว่า Zorro จะสามารถรักษาสถานภาพของหัวหน้าครอบครัวและฮีโร่ในจอได้ แต่กับคนดูหากยังไม่เดินหน้าไปไหนเช่นนี้ คาดว่าสถานภาพเดิมที่เคยมีจะอยู่ได้ไม่คงนาน ที่อยากจะเห็น คือ การเปลี่ยนมือผู้กำกับดูบ้าง สำหรับภาคนี้จะดูก็ได้แต่ไม่ได้ดูก็ไม่น่าเสียดาย

Soul Prison | พันธนาการ (2021)

Soul-Prison (2021)

Soul Prison สวัสดีค่ะคอ เว็บหนังHD ทุกคน วันนี้เรามี หนังเรื่องจากบ้านเรา มาให้ได้เพื่อนๆได้อ่านสปอยกันค่ะ เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นว่า สังคมของเรานั้น มันเต็มไปด้วยยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันในยุคเรานั้น ยาเสพติดก็หาง่าย จนปราดกันไม่หมดสักทีค่ะ 

Soul-Prison

Soul Prison หรือชื่อไทย พันธนาการ ภ าพยนตร์ ดราม่า Drama ของผู้กำกับ นิพันธ์ จ้าวเจริญพร เรื่องราวของ เด็กชายวัยรุ่นที่พยายามช่วยครอบครัวที่ยากจนของเขา จนต้องลงเอยในคุก ซึ่งเขาได้สร้างสายสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้กับนักเลงที่กลับเนื้อกลับตัว สร้างจากเรื่องจริงของครอบครัว ศรัทธา และการไถ่บาปของชายหนุ่มผู้มีปัญหา พงษ์ จากครอบครัวยากจนในภาคเหนือของประเทศไทย เป็นเรื่องราวที่ธรรมดาเกินไปของวัฏจักรความยากจนและการเสพติดที่ส่งต่อจากพ่อสู่ลูก เราติดตามการเดินทางของพงษ์ ผู้ซึ่งผ่านความเห็นอกเห็นใจของแพท อดีตผู้เสพติดและนักเลง และการแนะนำอำนาจเหนือตัวเขาเอง ทำลายวงจรและเริ่มต้นชีวิตแห่งอิสรภาพ ถ่ายทำที่ภาคเหนือของประเทศไทย

พงศ์ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ วิ พี่สาว และ นัท น้องชายคนสุดท้อง ที่ชนบท พงศ์มีฐานะยากจนแต่ก็พอหาเลี้ยงตัวเองได้ ตอนเด็กๆ เขาเป็นคนเชื่อฟังพ่อแม่จนพวกเขาฝากฝังจะให้พงศ์เลี้ยงดูเมื่อยามแก่เฒ่า แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พงศ์เริ่มติดเพื่อนจนไม่เรียนหนังสือหนังหา วันๆ หมกตัวอยู่แต่ที่กระท่อมปลายนา นั่งดื่มสุราตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อีกทั้งยังหมกมุ่นอยู่กับรถซิ่ง วันหนึ่งนัท น้องชายวัยประถม เห็นบุหรี่ของพี่ชายอยู่ที่หน้ารถ เขาหยิบมันมาลองและพงศ์ก็ไม่ห้าม แถมสนับสนุนให้นัทลองสูบดู จะได้เท่ห์เหมือนกับเขา แต่ก็มี วิ พี่สาวที่มาดุด่าและขอให้พงศ์กลับไปเรียนหนังสือ หรือไม่ก็ไปหางานทำเพราะไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ มันดูไร้อนาคต พงศ์ก็เถียงกลับว่ากำลังหาอยู่และเลิกมายุ่งกับชีวิตของเขา วันหนึ่งที่กระท่อม ไอ้แจ่ม เพื่อสนิทไม่ได้หยิบขวดเหล้ามาฝากเพื่อนเหมือนทุกวัน ในวันนี้เขาหยิบซองขาว ที่ข้างในมีเม็ดสีขาวๆ และถ้าให้เพื่อนลอง ถ้าหากใครไม่กล้าถือว่าเป็นคนตาขาวในแก๊ง พงศ์จึงสูดมันเข้าไปเต็มปอดอย่างไม่ลังเล หลายปีผ่านไป พงศ์ในวัย 20 เขายังอยู่บ้านพ่อแม่และหางานประจำทำไม่ได้สักที แม้พ่อแม่จะกดดันแต่เขาก็ทำเป็นหูทวนลมและเกาะพ่อแม่กินเหมือนเดิม พงศ์เริ่มเปลี่ยนจากผู้เสพเป็นผู้ค้า แต่ด้วยอาการติดยาขั้นรุนแรง เขามักจะเอาสินค้าที่ควรขาย เอามาเสพเล่นจนไม่มีรายได้และสร้างหนี้ก้อนโต 

พงศ์ถูกนำตัวไปหานายจ้าง ซึ่งเขารับปากว่าจะหาเงินมาคืนให้ในเร็ววัน ไอ้แจ่มเพื่อนของพงศ์ไม่ยอมให้เขารับงานใหญ่เพราะเห็นพฤติกรรมแล้วดูท่าจะเดือดร้อน พงศ์กลับบ้านและเห็นว่า นัทมีอาการป่วยหนัก เขาเริ่มคิดได้และอยากทำงานส่งยาเป็นครั้งสุดท้าย เขาโทรไปขอร้องกับแจ่มอีกครั้งจนเพื่อนใจอ่อน ทั้งคู่นำยาใส่ไว้ในกระเป๋าและนั่งรถสองแถวไปส่งยาให้ลูกค้า แต่วันนั้นบังเอิญมีด่านตรวจทำให้ทั้งคู่ถูกจับเข้าคุกทันที ช่วงแรกของการอยู่ในคุกค่อนข้างลำบาก เพราะเขามีอาการลงแดง เห็นภาพหลอนและเหงื่อออกตลอดทั้งวัน แถมยังมีหักโจกในนั้นจ้องจะข่มขืนเขาด้วย แต่โชคดีที่มีคนรู้จักอยู่นั้นช่วยคุ้มกัน อาการลงแดงเริ่มดีขึ้น เขาเริ่มมีสังคม เล่นไพ่และแอบขายยาบุหรี่ให้คนในคุก วันหนึ่งแม่และพี่สาวมาหาเขาในคุก พงศ์ไม่กล้าสู้หน้าและร้องไห้ออกมาต่อพวกเขา แม่บอกให้พงศ์เข้มแข็งและจะรอวันที่พงศ์ได้รับอิสระภาพ เมื่อถึงวันขึ้นศาล ตอนแรกพงศ์ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต แต่เขารับสารภาพจึงลดโทษเหลือ 25 ปี ซึ่งแม่และพี่สาวจะต่อสู้ให้เหลือน้อยลง หลังจากนี้เขาต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในคุกและทำตัวให้เข้มแข็งพอในวันที่ออกมาจากสู่โลกภายนอก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้คว้ารางวัลมาได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่ “ภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม” และ “ผู้กำกับ ภาพยนตร์ไทยอดเยี่ยม” ต้องบอกก่อนเลยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำได้ดีจริงๆ ซึ่งปกติแล้ว เราไม่ค่อยอุดหนุนภาพยนตร์ไทยสักเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สามารถทำให้เราติดตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ควรดูค่ะ

Amanda Knox | อแมนดา น็อกซ์ (2016)

Amanda-Knox (2016)

Amanda Knox สวัสดีเพื่อนๆทุกท่านค่ะ รู้ไหมคะว่าซีรีส์สารคดีของค่าย เว็บหนังHD Netflix เนี่ย มีคุณภาพไม่ใช่น้อยเลยนะคะ แต่ที่ไม่ได้รับการพูดถึงเท่าไหร่เพราะโดนมองข้ามตลอด อย่าได้นำภาพยนตร์ออริจินอลหรือซีรีส์ออริจินอลไปเทียบเลยค่ะ เพราะสองอย่างนี้ Netflix ปล่อยมา 10 ก็เสียไปเกือบครึ่ง แต่สารคดีของเขาเนี่ย ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ และวันนี้เราจะมายกสารคดีคุณภาพอีกหนึ่งเรื่องให้เพื่อนๆได้รับชมกันค่ะ

Amanda-Knox

Amanda Knox ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary อาชญากรรม Crime กำกับสารคดีโดย Matthew Hamachek และ Brian McGinn โดยสารคดีเรื่องนี้ได้กล่าวถึงฆาตกรรมเพื่อนร่วมห้องของเธอ Meredith Kercher อย่างโหดเหี้ยม ขณะที่ไปแลกเปลี่ยนที่อิตาลี หลังจากนั้นเธอก็ถูกคุมขังอยู่ในคุกที่อิตาลีถึง 4 ปี สารคดีนี้ยังได้สัมภาษณ์คนที่เกี่ยวข้องกับคดีมากมาย

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 Meredith Kercher นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอังกฤษถูกพบว่าเสียชีวิตในอพาร์ตเมนต์ของเธอในเมือง Perugia ประเทศอิตาลี อแมนด้า น็อกซ์ เพื่อนร่วมห้องชาวอเมริกันของเธอเป็นหนึ่งในสามคน ท่ามกลางการรายงานข่าวของนักข่าวที่โลดโผน ซึ่งต่อมาพบว่ามีความผิดในคดีฆาตกรรม แต่นั่นไม่ใช่จุดสิ้นสุด และกระบวนการอุทธรณ์ได้เริ่มต้นขึ้น เหตุผลที่คดีนี้เป็นที่รู้จักมากก็เพราะน็อกซ์ รูปลักษณ์และบุคลิกของเธอ (อย่างน้อยก็ส่วนหนึ่งที่สร้างขึ้นสำหรับเธอโดยสื่อ) กระตุ้นความสนใจของสาธารณชนในลักษณะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การฆาตกรรมเป็นเกมทางเพศที่ผิดพลาดหรือไม่? เธอทำล้อเกวียนในขณะที่รอการสอบสวนหรือไม่? ชื่อเล่นที่เจิมตัวเองของเธอคือ Foxy Knoxy เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับเธอ ผู้กำกับร็อด แบล็คเฮิร์สต์และไบรอัน แมคกินน์เล่าเรื่องนี้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว น็อกซ์ก็ถูกศาลสูงของอิตาลีตัดสินลงโทษเมื่อปีที่แล้ว วิทยากรหลักสี่คนคือ Knox, Raffaele Sollecito แฟนหนุ่มของเธอ, หัวหน้าผู้สืบสวน Giuliano Mignini และนักข่าว Nick Pisa ที่ครอบคลุมการพิจารณาคดีโดยใช้ฟุตเทจที่เก็บถาวรและหัวพูด Mignini เป็นคนที่ตั้งทฤษฎีว่าน็อกซ์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นครั้งแรก และเขายังคงโต้แย้งว่าเธอเป็นเช่นนั้น 

แม้ว่าเขาจะได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อนี้จริงๆ หรือเพียงแค่ต้องการปกปิดหลังของตัวเองก็ตามนั้นก็ไม่ชัดเจน แต่ปิซาคือผู้ที่ทิ้งความประทับใจที่ไม่มีวันลืม—และไม่ใช่สิ่งที่ดี ความหมายก็คือ น็อกซ์ถูกสื่อพิจารณามากพอๆ กับคณะลูกขุน ในท้ายที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับว่าน็อกซ์และซอลเลซิโตมีความผิดหรือไม่ แต่ก็ถือว่าพวกเขาบริสุทธิ์ แต่ในโลกหลังยุคซีเรียสที่เกมMaking A Murderer ของ The Jinxและ Netflix กลายเป็นเรื่องที่สนใจของสื่อเวลาทำงาน 90 นาทีของAmanda Knox กลับรู้สึกเร่งรีบ ไม่อาจใช้เวลาในการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน หรือเปิดเผยกลยุทธ์การสอบสวนของตำรวจอย่างเหมาะสม ซึ่งนำไปสู่การที่น็อกซ์กล่าวโทษตัวเองโดยไม่เจตนาโดยกล่าวหาผู้อื่นและเปลี่ยนเรื่องราวของเธอ ความคาดหวังของสารคดีอาชญากรรมที่แท้จริงประเภทนี้ได้เปลี่ยนไป และการทัวร์ที่รวดเร็วผ่านช่วงเวลาแปดปีของความยุติธรรมในอิตาลี (หรือการขาดงาน) ก็ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างเต็มที่

รีวิวหนัง โดยเรื่องนี้ไม่ได้โฟกัสที่การหาตัวคนร้าย แต่โฟกัสที่ทำไมตำรวจไปจับผิดคน มันเกิดบ้าอะไรขึ้นทำไมผู้หญิงที่ไม่ได้ทำอะไรผิดถึงโดนขังคุกนานถึงเกือบสี่ปี ความพีคคือเรื่องมันเข้าใจผิดกันขนาดที่ไปถึงจุดนั้นได้ยังไง ดูแล้วจะเห็นความเน่าเฟะของสื่อที่ประโคมข่าวจนเหยื่อไม่เหลือชิ้นดี ตำรวจก็ยิ่งจับไปเป็นแพะได้ง่ายขึ้นไปอีก หลักฐานก็มีอยู่ชัดเจนแต่อะไรทำให้มันไปชี้ตัวผิดคน และสุดท้ายก็มีเฉลยว่าคนร้ายตัวจริงเป็นใคร เรื่องนี้โคตรฉีกหน้าตำรวจอิตาลี ไม่ได้มีการไขคดีลึกลับซับซ้อนอะไร แต่ก็ยังจะจับผิดคนเข้าคุกไปตั้งเป็นปีๆจนทำลายชีวิตของคนๆนึงไปตลอดกาล

I Am Woman | คุณผู้หญิงยืนหนึ่งหัวใจแกร่ง (2019)

I-Am-Woman (2019)

I Am Woman ถ้าเอ่ยชื่อเฮเลน เรดดี้ เชื่อแน่ๆ ว่าเด็กๆ รุ่นใหม่น่าจะไม่รู้จักเธอ หรือแม้แต่คนวัย 30 ปลายๆ ต้นๆ สี่สิบ อาจจะเคยได้ยินชื่อ เพราะช่วงเวลาที่เธอโด่งดังคือช่วงยุคทองของยุค 70 (เป็นปีที่คนวัยกลางๆ สี่สิบเกิดพอดี) แต่เชื่อเถอะว่าเพลง I Am Woman ดังขึ้นเมื่อไร แทบจะทุกคนต้องรู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี เพราะเพลงนี้ไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเท่าเทียมกันระหว่างเพศหญิง เพศชาย เท่านั้น แต่เพลงนี้คือตัวแทนที่สื่อความหมายของความเป็นผู้หญิงได้ทุกยุค ทุกสมัย แถมเพลงนี้ยังถูกนำไปใช้ประกอบภาพยนตร์ เว็บดูหนังออนไลน์ ซีรีส์ดังๆ มากมาย รวมถึงโฆษณาบ้านเราอีกด้วย

I-Am-Woman

I Am Woman ภาพยนตร์แนว ชีวประวัติ Biography เป็นเรื่องราวของ เฮเลนเรดดี้ปรากฏตัวในนิวยอร์กพร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบกระเป๋าและเงิน 230 ดอลลาร์ในกระเป๋าของเธอ เธอได้รับแจ้งว่าเธอชนะการทำสัญญาบัญชี แต่องค์กรบันทึกก็ดำเนินการตามความคาดหวังของเธออย่างรวดเร็วโดยเปิดเผยให้เธอทราบว่ามีดาราหญิงมากพอและเสนอว่าเธอมีช่วงเวลาที่ดีในนิวยอร์กก่อนที่จะเดินทางกลับออสเตรเลีย เฮเลนโดยไม่ต้องใช้วีซ่าเลือกที่จะอยู่ในนิวยอร์กไม่ว่าในกรณีใด ๆ และแสวงหาอาชีพการร้องเพลงต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งหญิงสาวของเธอ ที่นั่นเธอได้รู้จักกับลิเลียนร็อกซอนคอลัมนิสต์หินที่น่าทึ่งซึ่งกลายเป็นคนใกล้ตัวที่สุด

หนังเริ่มด้วยเหตุการณ์ที่ เฮเลน เรดดี (ทิลดา คอบแฮม – เฮอร์วีย์) ที่ตัดสินใจหอบลูกสาวข้ามทวีปจากออสเตรเลียสู่นิวยอร์กเพื่อตะกายดาวสู่การเป็นนักร้องแต่กลับลงเอยด้วยการเป็นนักร้องต่างด้าวในบาร์ที่ได้รับค่าแรงต่ำ จนโชคชะตาพาให้เธอรู้จักกับ ลิเลียน ร็อกซอน (แดเนียล แมคโดนัลด์) นักเขียนที่กำลังหมกมุ่นกับการทำสารานุกรมร็อกที่ได้กลายเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอที่อเมริกา พร้อมการเข้ามาของ เจฟฟ์ วาล์ด (อีแวน ปีเตอร์ส) หนุ่มหล่อที่ได้กลายเป็นสามีและผู้จัดการของเธอ หลังเฮเลนและเจฟฟ์ได้ย้ายไปที่ลอสแองเจลลิสเพื่อเริ่มงานสายดนตรี อุปสรรคก็เข้ามาไม่หยุดหย่อนทั้งเจ้าของค่ายเพลงที่ปฏิเสธไม่ยอมให้เธอได้ออดิชันรวมถึงมีปากเสียงกับสามีหลายครั้ง ไปพร้อมกับกระแสการเรียกร้องสิทธิสตรีในรัฐธรรมนูญที่กำลังคุกรุ่น เฮเลนตัดสินใจแต่งเพลง I AM WOMAN เพื่อเฉลิมฉลองบทบาทของผู้หญิงแต่เจ้าของค่ายเพลงกลับมองว่าเป็นเพลงเกลียดผู้ชายและไม่ยอมนำมาโปรโมต แต่ด้วยลูกบ้าของเธอและสามีก็ทำให้เพลงนี้ได้เข้าไปอยู่ในใจผู้หญิงทุกคนจนหน้าที่การงานของเธอเริ่มดีขึ้น แต่ความสำเร็จก็ย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนเพราะเธอต้องเผชิญปัญหาครอบครัวที่ชื่อเสียงและรางวัลต่าง ๆ ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเธอมีความสุขอย่างแท้จริง

หนังเรื่องนี้ได้บอกเล่า พาเราไปรู้จักตัวของเธอ พร้อมๆ สลับกับเพลงอันโคตรไพเราะของเธอ สิ่งที่ชอบมากๆ คือ เวลามีหนังชีวประวัตินักร้องหรือนักดนตรี เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นฉากร้องเพลงยาวๆ หรือได้ยินเพลงเต็มๆ เท่าไหร่นัก แต่เรื่องนี้จัดเต็มมาก เพราะตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง เราจะได้ยินเพลงของ Helen Reddy หลายเพลงมาก และไม่ใช่มานิดๆ มาแบบเต็มๆ เพลง 3-4 เพลงเลยทีเดียว และที่สำคัญเพลง I Am Woman นี่โคตรเพราะจนไม่รู้จะบรรยายยังไง นอกเหนือจากเส้นทางการเป็นศิลปินของเธอท่ามกลางสังคมความไม่เท่าเทียม หนังยังบอกเล่าด้วยว่าตัวเธอได้เกี่ยวข้องเรียกร้องสนับสนุนความเท่าเทียมกันโดยบอกผ่านเพลง I Am Woman ของเธอนี่แหละ ซึ่งเพลงนี้เธอก็ได้แต่งออกมาเพื่อความเท่าเทียมทางเพศด้วย เสียงของเธอเปรียบเสมือนตัวแทนของผู้หญิงทั่วโลก 

รีวิวหนัง ฉากที่เราประทับใจมากที่สุด คือไม่พ้นฉากการร้องเพลงตอนจบในงานประท้วงของผู้ชุมนุมเรียกร้องความเท่าเทียมกันที่ Washington D.C. ในปี 1989 ทำออกมาได้โคตรดี ขนลุกเลย สุดยอดมากจริงๆ กินใจ และทรงพลังแบบสุดๆ ซึ่งเพลง I Am Woman ก็ได้กลายมาเป็นบทเพลงสำคัญสำหรับเหล่าผู้เรียกร้องความเท่าเทียมกันของเพศอย่างไม่เป็นทางการ

Broken Arrow | คู่มหากาฬ หั่นนรก (1996)

 

แม้ผลงานเรื่องแรกในฮอลลีวู้ดของ John Woo อย่าง Hard Target จะไม่ค่อยทำเงินสักเท่าไร แต่อย่างน้อยลีลาการบู๊เท่ห์ ยิงแบบสโลว์ ถือปืนสองมือ สไลด์ตัวไปลั่นกระสุน แอ็กชันทั้งหมดที่ Woo พยายามถ่ายทอดมันก็ยังเข้าตาคนดูกลุ่มหนึ่ง รวมถึงผู้สร้างหลายคนก็จับตามองค่ะเพราะของแบบนี้ถือว่าสดพอสมควรสำหรับฮอลลีวู้ดยุคนั้น อันทำให้เขาได้โอกาสที่ 2 ในการทำ หนังชนโรง สัญชาติอเมริกันเรื่องนี้ค่ะ 

Broken-Arrow (1996)

สงครามระหว่างคนดี และคนเลว การกลายพันธุ์ของคนดี และความสัมพันธ์ของคน สองขั้วจะลงเอยกันอย่างไร จอห์น วู ผู้กำกับ แอคชั่น Action เลือดมังกรคนนี้ ได้ถ่ายถอดผลงานออกมาได้ถูกใจคอหนังบู๊ได้ไม่เคยผิดหวัง ในภาพยนตร์ Broken Arrow หรือชื่อไทยคู่มหากาฬ หั่นนรก

Broken-Arrow

เป็นเรื่องราวความขัดแย้ง ระหว่างสองนักบินรบหนุ่ม (จอห์น ทราโวลตา และ คริสเตียน สเลเตอร์) ที่สุดท้ายเราคงเดาออกว่า ก็ต้องเป็นการต่อสู้ ระหว่างธรรมะและอธรรม เริ่มจากทั้งคู่ ได้เริ่มฝึกบินในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง แต่หารู้ไม่ว่าหนึ่งในทั้งสองได้แอบซุกซ่อน หัวรบนิวเคลียร์ไปด้วยกับการฝึกครั้งนั้น บทบาทของ จอห์น ทราโวลตร้าจะเป็นคนที่ค่อนข้างหัวรุนแรง เพราะเหตุนี้เอง เขาจึงเป็นตัวชงเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้น โดย คริสเตียน สเลเตอร์จะเป็นไก่รองบ่อนมาเรื่อยๆในช่วงแรก เหตุการเริ่มไม่ค่อยเวอร์ค เมื่อทราโวลต้า เครื่องบินเริ่มขัดข้อง เขาถูกให้บังคับให้ดีดตัวเองออกมาจากเครื่อง แผนของทราโวลต้า คือต้องการครอบครอง หัวรบนิวเคลียร์ไว้ ภยันตรายที่จะอุบัติขึ้นเป็นเรื่องที่ สเลเตอร์ รับไม่ได้ แผนการขัดขวางต่อมาจึงอุบัติขึ้น ทั้งคู่จึงต้องเข้าห้ำหั่นกันเพื่อได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

พันตรีวิค “ดีค” ดีกินส์ (ทราโวลต้า) และผู้กองไรลี่ย์ เฮลล์ (สเลเตอร์) คือสองนักบินแห่งกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งพวกเขาได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษในการขนหัวรบนิวเคลียร์ 2 ลูกไปกับเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นใหม่ล่าสุด B-3 เพื่อทดสอบการแพร่กระจายคลื่นกัมมันตภาพรังสีในระหว่างการบินเหนือทะเลทรายรัฐยูทาห์ แต่แล้วภารกิจกลับผิดพลาดเมื่อวิคคิดที่จะขโมยหัวรบฯ และพยายามฆ่าไรลีย์ พร้อมกับนำเครื่องบินโหม่งพื้นดินเพื่อทำลายทิ้ง โชคดีที่หัวรบทั้งสองหัวนั้นไม่ได้รับความเสียหายและนักบินทั้งสองต่างก็ดีดตัวออกจากเครื่องได้ก่อนที่เครื่องจะตก ต่อมาวิคและลูกสมุนมือขวา เอ็มเม็ต เคลลี่ (ลอง) ก็ได้วางแผนที่จะขโมยหัวรบทั้งสองหัวนี้เพื่อจุดระเบิดในเมืองซอลต์เลค ซิตี้ ถ้าหากว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ $250,000,000 เหรียญตามคำขู่ ในขณะเดียวกัน ไรลี่ย์ที่กำลังหลงทางอยู่กลางทะเลทราย ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่พาร์ค เรนเจอร์สาวสวยคนหนึ่ง เทอร์รี่ คาร์ไมเคิล (แมทธิส) ผู้ซึ่งยอมร่วมมือกับไรลี่ย์ในการหยุดยั้งวิคและลูกสมุน ต่อมาพวกเขาถึงรู้ว่าวิคกำลังจะขนย้ายหัวรบไปทางรถไฟเพื่อจุดระเบิดที่ซอลต์เลค ซิตี้ แต่พวกมันก็มีเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้นเนื่องจากได้จุดระเบิดไปแล้วที่เหมืองทองแดงร้างซึ่งใช้เป็นที่ซ่อนลับ ไม่นานนักพวกเขาจึงรู้ว่าวิคคิดที่จะจุดระเบิดหัวรบลูกสุดท้ายในอีกที่หนึ่ง กลางเมืองเดนเวอร์, รัฐโคโลราโด แล้วพวกเขาจะหยุดแผนการณ์สุดร้ายกาจนี้ได้ทันเวลาหรือไม่ เพื่อนๆต้องไปดูต่อเองค่ะ

เป็น หนังฝรั่ง ลงสูตรสำเร็จค่ะ ผู้ร้ายหมายขโมยหัวรบ พระเอกก็ต้องยับยั้ง มีการไล่ล่าผลัดกันเป็นต่อ ก่อนจะลงเอยด้วยการปะทะกันขั้นเด็ดขาดซึ่งก็คงเดาได้ไม่ยากค่ะว่าใครจะอยู่ใครจะไป ตัวหนังนั้นถือว่าดูได้เรื่อยๆ เพลินพอประมาณแต่ยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมเจ๋งแจ๋วเท่าผลงานเก่าๆ ของ Woo อย่าง โหด เลว ดี หรือ ทะลักจุดแตก จุดเด่นของเรื่องคงต้องยกให้การพลิกมาแสดงบทร้ายของ Travolta ที่ตอนแรกทีมงานเปิดโอกาสให้เขาเลือกเลยว่าจะแสดงเป็นใครก็ได้ระหว่างไรลี่ย์กับวิค และเขาก็เลือกวิคซึ่งเป็นตัวร้ายค่ะ พี่แกก็เล่นได้เนียนจริงๆ ดูเก๋า ร้ายกาจ หลงตัวเอง ซึ่งตอนแกแสดงคงสนุกน่าดู ได้ยวนได้กวนเต็มคราบขนาดนั้น แล้วยังได้บทพูดคมๆ ร้ายๆ หลายรอบตลอดเรื่องเลยค่ะ