Classmates Minus | เพื่อนร่วมรุ่น (2020)

 

Classmates-Minus (2020)

Classmates Minus  ปี 2020 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญกับความเครียดกันไม่มากก็น้อย ไหนจะเรื่องโรคระบาดอย่างโควิด-19 ไหนจะเรื่องเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้หลายคนห่อเหี่ยวหมดกำลังใจ เรามาทิ้งสิ่งไม่ดีแล้วมาเริ่มต้นปีใหม่ๆ ด้วยการเปิด เว็บหนังHD แนวหนังตลกกันดีกว่าค่ะ และหนังที่เราเลือกมาสปอยนั้นจะเป็นหนังอะไร เราไปติดตามต่อกันค่ะ

Classmates-Minus

Classmates Minus หนังแนว ดราม่า Drama ตลกเสียดสี เรื่องราวของชีวิตของเพื่อนร่วมรุ่น 4 คนที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กจนเข้าวัยกลางคน 40+ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ช่วงเวลานี้แหละที่ชีวิตกำลังพลิกผันครั้งใหญ่ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ถ้าเพื่อนๆอยากรู้ งั้นเราไปอ่านกันต่อเลย

หนังเริ่มด้วยเสียงบรรยายของผู้กำกับว่าหนังเรื่องนี้สร้างมาจากชีวิตของเขา เรื่องราวของเพื่อนร่วมรุ่นทั้ง 4 คนที่กำลังเข้าสู่วัยกลางคน ได้แก่ เฉินเตี้ยงเฟิง พนักงานบริษัทที่ถึงแม้จะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่เคยได้รับการเลื่อนขั้น แถมยังถูกลดเงินเดือนอีกต่างหาก ไอ้เทียน ผู้กำกับหนังไต้หวันที่กำลังไส้แห้ง หวังอยากกลับไปกำกับหนังจนละเมอฝันถึงกองถ่ายทุกคืน ท่อตัน ผู้สานต่อธุรกิจกงเต็กของอาม่าที่ตอนนี้กำลังป่วยติดเตียง เขาไปใช้บริการจัดหาคู่เพื่อจะได้แก้เคล็ดให้อาม่าหายดีจากอาการป่วย และคนสุดท้าย ป๋องเหล็ก ที่กำลังว่างงานและถูกแฟนหลอกเงินเป็นเวลา 2 ปี จนเขามักจะหยิบยืมเงินเพื่อนเป็นประจำ เมื่อเงินติดลบ เขาจึงฆ่าตัวตายด้วยการกินยาลดความอ้วนในซาวน่าแต่ไม่ตาย ทำให้เพื่อนทุกคนต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพราะต้องรวบรวมจ่ายค่าสาวนั่งดริ๊งค์ให้เขา เมื่อป๋องเหล็กอาการดีขึ้น ไอ้เทียนจึงให้เขาไปเล่นโฆษณาทุนต่ำเพื่อให้เขามีงานทำ แม้เขาจะพยายามหางานทำเท่าไรก็ยังหาไม่ได้สักที 

ขณะเดียวกันอาม่าของท่อตันก็เสียชีวิตลงหลังจากเขาเพิ่งกลับมาจากบริษัทจัดหาคู่ เฉินเตี้ยงเฟิงใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายเพื่อซื้ออพาร์ทเม้นต์หลังแคบๆ ตลอดทั้งเรื่องมีเสียงอีกคนอยู่หลังกล้องเหมือนกำลังถ่ายทำสารคดีชีวิตของทั้ง 4 คน การถ่ายทำของเรื่องนี้ถ่ายทำด้วยเทคนิค Mockumentary หรือสารคดีหลอก ที่ทำให้เหมือนตลอดทั้งเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง ผู้กำกับได้นำเรื่องราวส่วนตัวของตัวเองเข้ามาใส่ในหนังตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่การเปิดเรื่องที่เล่าว่าหนังเรื่องแรกของเขาดันโด่งดังและทำเงินจนทำให้เจ้าของค่ายหนังซื้อมอเตอร์ไซค์ได้ นั่นก็เป็นข้อมูลจริงๆ ของเขา หนังเหมือนเป็นการติดตามเพื่อนสมัยเรียนของผู้กำกับทั้ง 4 คน โดยอยู่ในช่วงชีวิตที่พวกเขากำลังเคว้งคว้างกับชีวิต ตัวละคร 4 คน ได้เป็นเหมือนตัวแทนของผู้ชายวัยกลางคนในไต้หวันส่วนใหญ่ที่อยู่ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง พร้อมกับตัวผู้กำกับเองที่ต้องวัตถุดิบมาทำหนังและเป็นการค้นหาคำตอบชีวิตไปในตัว หนังไม่ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของคนที่ตกต่ำแล้วจบด้วยชีวิตที่ประสบความสำเร็จ แต่หนังกำลังตั้งคำถามว่าอะไรคือเส้นแบ่งระหว่างความล้มเหลวและความสำเร็จ

ถือเป็น หนังใหม่ ที่ดูได้ ไม่ได้มีอะไรแย่มากเกินไป แต่อาจจะไม่เพลินมากเพราะหนังก็ยาวถึงสองชั่วโมงเต็มๆ มีส่วนที่เรื่อยเปื่อยเยอะ ดูไม่มีจุดพีคหรือแก่นสาระสำคัญอะไรมาก นอกจากความสัมพันธ์ของเพื่อนที่เปลี่ยนไป เหมาะสำหรับคนดูหนังอินดี้มากกว่าจะเป็นผู้ชมที่ต้องการหนังที่มีจุดพีคของเรื่องราวมากกว่านี้ค่ะ ส่วนคนเล่าเรื่องที่เป็นคนถ่ายหนังทั้งเรื่องนี้จะไม่มีหน้าตาให้เห็น จนกระทั่งตอนจบถึงเผยออกมาแบบกวนๆ ก็อาจจะมองว่าเป็นไคลแม็กซ์ของหนังก็ได้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรมากจนทำให้ทั้งเรื่องแตกต่างออกไป ตอนจบของเรื่องแม้จะออกแนวโศกนาฎกรรม แต่หนังก็มีเอนด์เครดิตต่ออีกในแบบรวมดารากับคู่ของแต่ละคน เหมือนมาให้ทุกคนสมหวังกันต่อนอกจอ