I Am Woman | คุณผู้หญิงยืนหนึ่งหัวใจแกร่ง (2019)

I-Am-Woman (2019)

I Am Woman ถ้าเอ่ยชื่อเฮเลน เรดดี้ เชื่อแน่ๆ ว่าเด็กๆ รุ่นใหม่น่าจะไม่รู้จักเธอ หรือแม้แต่คนวัย 30 ปลายๆ ต้นๆ สี่สิบ อาจจะเคยได้ยินชื่อ เพราะช่วงเวลาที่เธอโด่งดังคือช่วงยุคทองของยุค 70 (เป็นปีที่คนวัยกลางๆ สี่สิบเกิดพอดี) แต่เชื่อเถอะว่าเพลง I Am Woman ดังขึ้นเมื่อไร แทบจะทุกคนต้องรู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี เพราะเพลงนี้ไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเท่าเทียมกันระหว่างเพศหญิง เพศชาย เท่านั้น แต่เพลงนี้คือตัวแทนที่สื่อความหมายของความเป็นผู้หญิงได้ทุกยุค ทุกสมัย แถมเพลงนี้ยังถูกนำไปใช้ประกอบภาพยนตร์ เว็บดูหนังออนไลน์ ซีรีส์ดังๆ มากมาย รวมถึงโฆษณาบ้านเราอีกด้วย

I-Am-Woman

I Am Woman ภาพยนตร์แนว ชีวประวัติ Biography เป็นเรื่องราวของ เฮเลนเรดดี้ปรากฏตัวในนิวยอร์กพร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบกระเป๋าและเงิน 230 ดอลลาร์ในกระเป๋าของเธอ เธอได้รับแจ้งว่าเธอชนะการทำสัญญาบัญชี แต่องค์กรบันทึกก็ดำเนินการตามความคาดหวังของเธออย่างรวดเร็วโดยเปิดเผยให้เธอทราบว่ามีดาราหญิงมากพอและเสนอว่าเธอมีช่วงเวลาที่ดีในนิวยอร์กก่อนที่จะเดินทางกลับออสเตรเลีย เฮเลนโดยไม่ต้องใช้วีซ่าเลือกที่จะอยู่ในนิวยอร์กไม่ว่าในกรณีใด ๆ และแสวงหาอาชีพการร้องเพลงต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งหญิงสาวของเธอ ที่นั่นเธอได้รู้จักกับลิเลียนร็อกซอนคอลัมนิสต์หินที่น่าทึ่งซึ่งกลายเป็นคนใกล้ตัวที่สุด

หนังเริ่มด้วยเหตุการณ์ที่ เฮเลน เรดดี (ทิลดา คอบแฮม – เฮอร์วีย์) ที่ตัดสินใจหอบลูกสาวข้ามทวีปจากออสเตรเลียสู่นิวยอร์กเพื่อตะกายดาวสู่การเป็นนักร้องแต่กลับลงเอยด้วยการเป็นนักร้องต่างด้าวในบาร์ที่ได้รับค่าแรงต่ำ จนโชคชะตาพาให้เธอรู้จักกับ ลิเลียน ร็อกซอน (แดเนียล แมคโดนัลด์) นักเขียนที่กำลังหมกมุ่นกับการทำสารานุกรมร็อกที่ได้กลายเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอที่อเมริกา พร้อมการเข้ามาของ เจฟฟ์ วาล์ด (อีแวน ปีเตอร์ส) หนุ่มหล่อที่ได้กลายเป็นสามีและผู้จัดการของเธอ หลังเฮเลนและเจฟฟ์ได้ย้ายไปที่ลอสแองเจลลิสเพื่อเริ่มงานสายดนตรี อุปสรรคก็เข้ามาไม่หยุดหย่อนทั้งเจ้าของค่ายเพลงที่ปฏิเสธไม่ยอมให้เธอได้ออดิชันรวมถึงมีปากเสียงกับสามีหลายครั้ง ไปพร้อมกับกระแสการเรียกร้องสิทธิสตรีในรัฐธรรมนูญที่กำลังคุกรุ่น เฮเลนตัดสินใจแต่งเพลง I AM WOMAN เพื่อเฉลิมฉลองบทบาทของผู้หญิงแต่เจ้าของค่ายเพลงกลับมองว่าเป็นเพลงเกลียดผู้ชายและไม่ยอมนำมาโปรโมต แต่ด้วยลูกบ้าของเธอและสามีก็ทำให้เพลงนี้ได้เข้าไปอยู่ในใจผู้หญิงทุกคนจนหน้าที่การงานของเธอเริ่มดีขึ้น แต่ความสำเร็จก็ย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนเพราะเธอต้องเผชิญปัญหาครอบครัวที่ชื่อเสียงและรางวัลต่าง ๆ ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเธอมีความสุขอย่างแท้จริง

หนังเรื่องนี้ได้บอกเล่า พาเราไปรู้จักตัวของเธอ พร้อมๆ สลับกับเพลงอันโคตรไพเราะของเธอ สิ่งที่ชอบมากๆ คือ เวลามีหนังชีวประวัตินักร้องหรือนักดนตรี เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นฉากร้องเพลงยาวๆ หรือได้ยินเพลงเต็มๆ เท่าไหร่นัก แต่เรื่องนี้จัดเต็มมาก เพราะตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง เราจะได้ยินเพลงของ Helen Reddy หลายเพลงมาก และไม่ใช่มานิดๆ มาแบบเต็มๆ เพลง 3-4 เพลงเลยทีเดียว และที่สำคัญเพลง I Am Woman นี่โคตรเพราะจนไม่รู้จะบรรยายยังไง นอกเหนือจากเส้นทางการเป็นศิลปินของเธอท่ามกลางสังคมความไม่เท่าเทียม หนังยังบอกเล่าด้วยว่าตัวเธอได้เกี่ยวข้องเรียกร้องสนับสนุนความเท่าเทียมกันโดยบอกผ่านเพลง I Am Woman ของเธอนี่แหละ ซึ่งเพลงนี้เธอก็ได้แต่งออกมาเพื่อความเท่าเทียมทางเพศด้วย เสียงของเธอเปรียบเสมือนตัวแทนของผู้หญิงทั่วโลก 

รีวิวหนัง ฉากที่เราประทับใจมากที่สุด คือไม่พ้นฉากการร้องเพลงตอนจบในงานประท้วงของผู้ชุมนุมเรียกร้องความเท่าเทียมกันที่ Washington D.C. ในปี 1989 ทำออกมาได้โคตรดี ขนลุกเลย สุดยอดมากจริงๆ กินใจ และทรงพลังแบบสุดๆ ซึ่งเพลง I Am Woman ก็ได้กลายมาเป็นบทเพลงสำคัญสำหรับเหล่าผู้เรียกร้องความเท่าเทียมกันของเพศอย่างไม่เป็นทางการ