Marathon | ปาฏิหาริย์รักจากแม่ (2005)

Marathon (2005)

Marathon เงินก็ต้องเซฟ โควิดก็ต้องสู้ วิธีแก้ปัญหาดังกล่าวที่ดีที่สุดคือการอยู่บ้าน สำหรับผู้อยู่คอนโด หรืออยู่บ้านคนเดียวอาจจะเหงาบ้างเป็นบางครั้ง งั้นเราลองมาเปลี่ยนบ้านเป็นโรงหนังส่วนตัว เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังที่สร้างจากเรื่องจริงกันดีกว่า

Marathon

RunningBoy ภาพยนตร์แนว ชีวิตจริง Biography เป็นเรื่องจริงของเด็กหนุ่มที่เป็นโรคออธิสติควิ่งพยายามแสดงความสามารถของตัวเองให้โลกเห็นการวิ่งมาราธอน ยุนโชวอน (โจซึงอู) ในวัยเด็กนั้น ก็เป็นเหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วไป เขาชอบกินคุกกี้ช็อกโกแลต และรักม้าลายเป็นชีวิตจิตใจ แต่เมื่อเขาอายุ 5 ขวบ คยองซุค (คิมมีซุก) แม่ของเขาก็ได้ พบว่าโชวอนเป็นเด็กออธิสติค ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เป็นสิ่งที่ยากสำหรับแม่ทุกคนจะยอมรับได้

โช วอนในวัยเด็กนั้น ก็เป็นหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วไป เขาชอบกินคุกกี้ช็อกโกแลต และรักม้าลายเป็นชีวิตจิตใจ แต่เมื่อเขาอายุ 5 ขวบ เกียงซุกแม่ของเขาก็ได้พบว่า โชวอนเป็นเด็กออธิสติก ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ มันเป็นสิ่งที่ยากสำหรับแม่ทุกคนจะยอมรับได้ หลังจากวันนั้นเกียงซุกจึงทุ่มเทเวลา และความรักทั้งหมดให้แก่โชวอน เพื่อให้เขาสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเอง และปรับตัวให้เข้ากับสังคมภายนอกได้ และ 15 ปีต่อมา โชวอนในวัย 20 ปี ซึ่งมีสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็กวัยเพียง 5 ขวบ แต่ถ้าดูเผินๆแล้วภายนอก โช วอนก็ดูไม่แตกต่างจากคนทั่วไปเลย หลายๆ ครั้งที่โชวอนได้สร้างปัญหาให้กับแม่ แต่ด้วยความรักที่มีแต่ให้ของคนเป็นแม่ จากการเฝ้าเลี้ยงด้วยความรักอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ทำให้เกียงซุกค้นพบว่าลูกของเธอชอบการวิ่ง เธอจึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดนั้นฝึกให้โช วอนวิ่งมาราธอนอย่างหนัก จนเขาสามารถผ่านการวิ่งในรายการมาราธอน ซึ่งใช้เวลาในการวิ่งทั้งหมดไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งในที่สุดแล้วโช วอนสามารถทำได้สำเร็จ จนกลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วประเทศ

ผู้กำกับชุง ยุน-ชุลใช้เวลาร่วม 2 ปี ในการติดตามดูชีวิตของเบเฮียงจิน หนุ่มมาราธอนตัวจริงและ ปาร์ค มีเจียงผู้เป็นแม่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแข่งขันมาราธอน และการเดินทางไปตามที่ต่างๆ เพื่อใช้เวลาศึกษาชีวิตของคนที่เป็นออธิสติคอย่างเต็มที่ เมื่อตอนที่ ชุง ยุน-ชุล ไปขออนุญาตเพื่อที่จะนำเรื่องราวของเบเฮียงจินไปสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น คุณนายปาร์ค ได้บอกกับเขาว่า “ถ้าเรื่องราวของเฮียงจินเป็นหนัง และทำให้ผู้คนเข้าใจผู้ป่วยออธิสติคได้ดีขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ยินดีมาก ” ส่วนเบเฮียงจินก็ได้กล่าวถึงผู้กำกับชุง ยุน-ชุลว่า “ผมชอบพี่ผู้กำกับฮะ เขาดีกับผมมากจริงๆ” คุณนายปาร์คกล่าวเสริมว่า “จริงๆ แล้วรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ การที่เบเฮียงจินเริ่มเปิดใจ และรู้จักที่จะคบหากับผู้คนหน้าใหม่ๆ มากขึ้น มันจะทำให้เขาใกล้ชิดกับโลกภายนอกมากขึ้นอีก ฉันดีใจมากๆ” นอกจากนี้ คุณนายปาร์คได้ฝึกลูกชายให้เล่นกีฬาหลากหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่นกีฬาว่ายน้ำ และการวิ่งมาตั้งแต่เขาอายุได้ 10 ขวบอีกด้วย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ หนังคุณภาพ ที่พูดถึงแค่ความพยายาม และความสามารถของเด็กออธิสติคเท่านั้น แต่ผู้กำกับยังได้หยิบเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตในแง่มุมของผู้เป็นแม่ด้วย ที่ต้องรับภาระและความกดดันต่างๆ อีกด้วย หากเพื่อนๆชอบหนังแนวชีวิตจริง หรืออยากหาหนังแนวอื่นดู สามารถหาดูได้ในเว็บหนังค่ะ ครั้งหน้าเราจะหยิบหนังเรื่องไหนมาสปอยและรีวิวให้อ่านกัน ต้องติดตามรอดูค่ะ