Mission Possible (2021)

Mission-Possible (2021)

Mission Possible สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราได้เข้า เว็บหนังHD เพื่อที่จะเข้าไปอัพเดตหาหนังเรื่องใหม่ๆดู แล้วก็ได้สะดุดกับชื่อหนังเรื่องหนึ่ง หลังจากที่เราได้อ่านชื่อ เราคิดว่ามันเป็น Mission Possible รีเมคของเกาหลี แต่โดยเนื้อหาแล้ว ไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกันเลย เราคิดว่า มุกล้อเลียนนี้น่าจะเกิดจากแนวคิดที่ว่า สายลับมือฉมังแบบอีธานใน Mission Impossible ที่จัดการแต่ละภารกิจซึ่งดูยากเกินตัว เกินความเป็นไปได้  แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้สำเร็จ แต่ Mission Possible นี้จะเป็นอย่างไร เราต้องไปติดดตามกันค่ะ

Mission-Possible

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังของประเทศเกาหลีใต้ แนว แอคชั่น Action เรื่องย่อ อาวุธเถื่อนจากเมืองจีนถูกลักลอบนำเข้าโดยโบรคเกอร์ชาวเกาหลี เพื่อค้าขายให้กับแกงค์ของเกาหลี ทางการจีนที่ต้องการเก็บกวาดเรื่องนี้อย่างลับๆ  จึงตัดสินใจส่ง ยูดาฮี สายลับฝึกหัดของจีน ที่เติบโตอยู่ในเกาหลี เข้าทำภารกิจนี้เพียงคนเดียว  ยูดาฮี ได้ว่าจ้าง อูซูฮัน นักสืบธรรมดา ให้ช่วยทำภารกิจในครั้งนี้

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจาก กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของประเทศจีน ได้พบว่ามีการลักลอบขนอาวุธปืนลอตใหญ่ที่ถูกอ้างว่าจะนำไปส่งให้เกาหลีเหนือ แต่จริงๆ แล้วกลับถูกนำเข้าไปค้าเถื่อนในเกาหลีใต้ ทางการจีนไม่ต้องการให้เป็นประเด็นโฉ่งฉ่างกระทบภาพลักษณ์ จึงใช้วิธีส่งเจ้าหน้าที่ฝึกหัดหนึ่งคนเข้ามาสืบความลับๆ หากการเผชิญหน้ากับแก๊งค้าอาวุธเถื่อนหรือเกิดปัญหาใดๆขึ้นในเกาหลีใต้ถึงตาย ก็ถือเป็นการยอมสละชีวิตเจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆแลกกับการได้ตอกหน้าเกาหลีใต้ที่ไม่ทำอะไร โดยสรุปคือองค์กรไม่คาดหวังว่าสายลับจะรอดกลับมาอยู่แล้ว หวังไอ่หลิง หรือ ยูดาฮี (รับบทโดย อีซอนบิน) คือเจ้าหน้าที่ฝึกหัดคนดังกล่าว จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยในจีน แต่เติบโตในเกาหลี สื่อสารเกาหลีคล่อง เธอรับมอบหมายงานจากหัวหน้าเฉา (รับบทโดย ชเวบยองโม) ที่หวังดีต่อเธอ จึงแอบหาผู้ช่วยลับให้ภารกิจเธอรอด คนที่เขาไหว้วานขอมาช่วยก็คือเพื่อนสนิทของเขา ชินกีรู (รับบทโดย คิมแทฮุน) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้มือดี ฉายา ‘อมา ซิง’ (เข้าใจว่าเพี้ยนล้อมาจาก amazing เพราะความเก่งกาจ นี่ถ้าผันต่อเข้าบริบทเราๆ ก็จะกลายเป็น อาม่าซิ่ง มโนให้ขำยิ่งขึ้นไปอีก) ชินกีรูตกปากรับคำเป็นจ๊อบส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวใดกับองค์กรแล้วจึงไปขอเช่าออฟฟิศใช้ชั่วคราว 1 เดือนเพื่อการนี้จากสำนักงานนักสืบเอกชนเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของคือ อูซูฮัน (รับบทโดย คิมยองกวัง) แต่โชคร้ายที่ชินกีรูประสบอุบัติเหตุถูกรถชนน็อคไปก่อนได้เจอกับยูดาฮี โดยไม่มีใครรู้เรื่องเลย 

เมื่อยูดาฮีมาตามนัดที่ออฟฟิศ จึงได้เจอกับอูซูฮัน และเข้าใจว่าอูซูฮันคือสายลับที่จะช่วยเธอตามที่หัวหน้าเฉาได้ประสานงานไว้ให้ ส่วนอูซูฮันที่เห็นแก่เงินค่าจ้างของงาน จึงรับร่วมงานจ๊อบนี้ไปกับยูดาฮี โดยไม่ท้วงติงใดๆ และไม่รู้ว่ายูดาฮีเป็นใคร แค่เดาๆว่าอาจเป็นเจ้าหน้าที่ NIS (สำนักข่าวกรองแห่งชาติ) หรือ DSC (กองกำลังรักษาความปลอดภัยของกองทัพ) สักอย่างนั่นคือจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการคู่หูที่ไม่เข้าขา ขาดๆ เกินๆ กันตลอด ส่วนหนึ่งก็เป็นความเกรียนรั่วเหมือนกึ่งเล่นกึ่งจริงจังของอูซูฮัน ความบังเอิญของโชคที่เข้าข้างบ้างไม่เข้าข้างบ้าง และบางครั้งจังหวะของฝีมือเล็กๆ น้อยๆ ก็ลงตัวเข้าทาง ในขณะที่ความพยายามจริงจังบางครั้งก็เฟลซะเฉยๆ หรือแย่กว่านั้นคือการพาตัวเองไปตกที่นั่งลำบากเกินคาด แม้ว่ายูดาฮีจะเอะใจในความหน่อมแน้มอ่อนสกิลของอูซูฮัน จนแคลงใจว่านี่จะใช่สายลับมืออาชีพจริงหรือ แต่ด้วยความที่ถูกย้ำกำชับมาจากหัวหน้าเฉาแล้วว่าต้องปิดบังตัวตนกันและกัน ก็ต้องยอมเชื่อและถูลู่ถูกังทำหน้าที่กับสายลับที่จัดมาให้ต่อไป

โดยรวมแล้ว หนังเกาหลี เรื่องนี้สอบผ่านฉลุยมากในความบันเทิงสมเป็นแอคชั่นคอมมาดี้ สาดมุกให้ฮารัวๆกันตลอดเรื่อง จัดมาหมดทั้งแนวตลกดื้อๆ ตลกเจ็บตัว ตลกล้อเลียนเสียดสี ตลกหักมุม หรือตลกเล่นคำ (เช่นที่ผู้เขียนเอ็นดูไอเดียในฉากจ้างสืบหาสุนัขหาย จากการปัดให้ลูกค้าไปหา pet detective ที่เป็น specialist แต่เงินค่าจ้างทำให้อูซูฮันพลิกคำยอมเป็น s-pet-cialist ได้ในทันใด) และแม้จะเป็นเนื้อหาบนพลอตของอาชญากรรมอาวุธปืน แต่กลับไม่ได้ดาร์คอะไรมาก ช่างเป็นหนังที่เหมาะกับเสิร์ฟในช่วงเวลาที่มีแต่เรื่องเครียดๆรอบตัว ขอการันตีในความผ่อนคลาย เบาสมอง ฮาได้ฮาดี เคมีพระนางเข้ากันดีมาก เถียงกัดกันไปมายังน่ารักเลย