Road to Roma | เส้นทางสายโรม่า (2020)

Road-to-Roma (2020)

Road to Roma ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเป็นรายชื่อผู้เข้าชิงออสกาาร์ครั้งที่ 92 ที่ผ่านมา หนึ่งในรางวัลทางด้านภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก เว็บดูหนัง Netflix สตรีมมิ่งยอดนิยมประกาศความเกรียงไกรด้วยการมีหนังที่เข้าชิงทั้งหมดถึง 24 สาขารางวัล กลายเป็นผู้สร้างหนังที่มีหนังเข้าชิงออสการ์ปีนี้มากที่สุดเหนือค่ายหลักในอดีตของฮอลลีวู้ด หากนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ในปีก่อนหน้านั้นหนังจาก Netflix อย่าง Roma ก็เข้าชิงออสการ์ในปีนั้นสูงสุดถึง 10 สาขาด้วยกันเท่ากับเรื่อง The Favorite

Road-to-Roma

Road to Roma ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary เป็นเรื่องราวที่จะพาทุกคนย้อนเวลาไปนึกคิดถึงความทรงจำในช่วงวัยเด็กของผู้กำกับอัลฟอนโซ และได้สร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกด้วยที่รู้จักกันในนามว่าโรม่า ซึ่งเป็นผลงานที่ได้การันตีว่าเป็นผลงานระดับโลกอย่างออสการ์

เป็นเรื่องปกติที่ทาง Netflix จะทำสารคดีเบื้องหลังของหนังหรือซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ ในส่วนของสารคดีเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่การสัมภาษณ์ อัลฟอนโซ กัวรอน ที่เขียนบทและกำกับ Roma เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมมาครองได้จากหนังเรื่องนี้ เขาเล่าว่าวิธีการทำงานของเขานั้นเริ่มไอเดียจากการตั้งคำถามในสิ่งที่หมกมุ่นอยู่ ณ ขณะนั้น อย่างเช่นใน Gravity ปี 2013 หนังที่ว่าด้วยวิศวกรที่กำลังซ่อมดาวเทียมบนวงโคจรรอบโลกแต่ต้องเผชิญกับขยะอวกาศที่พุ่งชนพวกเขาอย่างรุนแรง ในช่วงนั้นอัลฟอนโซ หมกมุ่นอยู่กับเรื่องแรงโน้มถ่วง เขาตั้งคำถามหลายอย่างกับมันว่าจะเป็นยังไงถ้าหากเกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้นในพื้นที่ที่ไร้แรงโน้มถ่วง ในส่วนของโรม่า เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความทรงจำในวัยเด็ก กระบวนการแรกในการทำงานเรื่องนี้คือเขาเรียกให้ทีมช่างศิลป์มาประชุมและให้สร้างฉากในหนังตามความทรงจำของเขาด้วยการนั่งอธิบายและเล่าถึงความทรงจำ เช่น พื้นกระเบื้องต้องเป็นลายนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องหนักใจสำหรับทีมงานเพราะพวกเขาไม่ได้เห็นภาพในหัวของผู้กำกับ แต่สุดท้ายก็สามารถหากระเบื้องมาได้เพราะอัลฟอนโซเห็นมันในห้องน้ำสาธารณะและขอซื้อต่อ 

เขาใช้วิธีประกอบสร้างทั้งบ้านและบริเวณโดยรอบเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเพื่อสามารถต่อยอดไปเขียนบทได้ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อเขาเห็นห้องนอนในฉากหรือพื้นกระเบื้อง มันทำให้เขานึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งในอดีตชื่อ ลิโบ ลิโบเรีย ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของเขาในวัยเด็ก จึงทำให้เขามีไอเดียในการสร้างตัวละครหลักขึ้นมาอย่าง เกลโอ ที่นำแสดงโดย ยาลิตซา อปาริซิโอ เป็นการแสดงหนังครั้งแรกของเธอ นั่นเท่ากับว่าเรื่องราวของเกลโอที่เราได้เห็นในนั้นล้วนมีที่มาจากชีวิตของลิโบ ลิโบเรีย ทั้งสิ้น อีกหนึ่งความงดงามของหนังเรื่องนี้คือการถ่ายทำแบบ Long Take ในเหตุการณ์ชุลมุนและผู้คนพลุพล่าน เช่นฉากการจลาจลในเมืองที่มีความยาวราว 10 กว่านาที ฉากนี้ถ่ายทำเสร็จสิ้นเพียงแค่ 2 เทคเท่านั้น เพราะเป็นการวางแผนมาดีจากทั้งทีมงาน ผู้กำกับและหนังแสดง อีกซีนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือซีนการช่วยชีวิตเด็กๆ ที่เกือบจะถูกคลื่นทะเลซัด หนังถ่าย Long Take ตั้งแต่นั่งคุยกันบนชายหาดในช่วงพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ความยากของการถ่ายฉากนี้คือต้องห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว เพราะหนังต้องใช้แสงธรรมชาติและหากถ่ายเลท แสงอาจจะหมดและถ่ายทำต่อไม่ได้ รวมถึงนักแสดงต้องเล่นฉากอารมณ์ในขณะที่คลื่นซัดพวกเขา

โดยก่อนหน้านั้นเอง Roma ก็สร้างชื่อมาแล้ว เพราะกลายเป็นหนังที่เทศกาล หนังนานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสตัดสินใจไม่เลือกฉายในสายประกวดในฐานะที่มันสร้างโดย Netflix ซึ่งมีเงื่อนไขในการฉายพร้อมกันกับโรงภาพยนตร์ ตัวหนังจึงถูกเชิญให้ร่วมประกวดในเทศกาลหนังนานาชาติเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี แทน ซึ่งก็สามารถคว้ารางวัลสูงสุดของเทศกาลอย่างสิงโตทองคำมาได้อย่างสมภาคภูมิ