Stonehearst Asylum | สถานวิปลาศ (2014)

Stonehearst-Asylum (2014)

Stonehearst Asylum เมื่อกล่าวถึง “โรงพยาบาลจิตเวช” ในยุคกลาง เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็คงจะคิดถึงความบ้าคลั่ง และความเป็นอยู่อันเลวร้ายและการทรมานผู้คนเพื่อแสวงหาวิธีการรักษาในช่วงเวลาที่เรื่องภายในจิตใจยังคงเต็มไปด้วยปริศนาอันมืดมิด สปอย หนังชนโรง ในวันนี้ อยากขอพาคุณผู้อ่านดำดิ่งสู่ยุคกลาง สู่โรงพยาบาลรักษาโรคจิตท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยคนไข้จากตระกูลร่ำรวยและมีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ และความบ้าคลั่งที่เชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน

Stonehearst-Asylum

กับ หนังสยองขวัญ Horror เรื่อง Stonehearst Asylum สถานวิปลาส หนังเปิดเรื่องมาในปี 1899 ในคลาสเรียนแพทย์ที่ออกซ์ฟอร์ดอาจารย์กระตุ้นเลดีเกรฟ(เคท บัคคินเซล)ผู้ป่วยฮีสทีเรียที่ภายนอกดูเหมือนคนปกติจนเกิดอาการชักให้นศ.แพทย์ดูทั้งที่ผู้ป่วยขอร้องไม่ให้ทำ ตามด้วยคำบรรยายว่าอย่าเชื่อสิ่งที่ได้ยินและที่เห็น ตัดมาที่หมอเอ็ดเวิร์ด นิวเกท(จิม สเตอร์เกส)ที่เพิ่งขอย้ายมาฝึกงานที่โรงพยาบาลโรคติตสโตนเฮิร์ตส มิคกี ฟินน์คนดูเฝ้าประตูพานิวเกทไปพบดร.แลมบ์ที่เป็นผอ. ดร.แลมบ์พานิวเกทเดินชมสถานที่จนมาสะดุดตากับเลดีเกรฟที่กำลังเล่นเปียโนบำบัดคนไข้รายอื่น ดร.แลมบ์เล่าว่าเลดีเกรฟกัดหูและแทงสามีจนตาบอดเลยถูกส่งตัวมา

ดร.แลมบ์ปล่อยผู้ป่วยให้ทำตามใจโดยไม่มีการรักษา  คืนฉลองคริสมาสนิวเกทเกือบถูกฟินน์วางยาแต่เกรฟช่วยไว้ เกรฟบอกให้นิวเกทรีบไปจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด นิวเกทชวนเกรฟไปด้วยกันแต่เกรฟปฏิเสธ ต่อมานิวเกทได้ยินเสียงเลยลงไปที่ห้องใต้ดินพบว่ามีคนถูกขังอยู่และได้รู้ว่าคนกลุ่มนั้นก็คือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ถูกพวกแลมบ์วางยาและยึดอำนาจไป ดร.ซอลท์คือผอ.ที่แท้จริงไม่ใช่ดร.แลมบ์ที่นิวเกทเจอ จริงๆแล้วดร.แลมบ์เคยเป็นหมอทหารก่อนจะถูกส่งตัวมารักษาอาการทางจิต นิวเกทแอบเข้าไปค้นห้องดร.แลมบ์ตามที่ดร.ซอลท์บอกก็เจอแฟ้มประวัติของดร.แลมบ์ซ่อนไว้จริงๆ ดร.แลมบ์กับฟินน์เข้ามาในห้องนิวเกทเข้าไปซ่อนในตู้แอบได้ยินว่าดร.แลมบ์เห็นความสามารถในการดูแลคนไข้ของนิวเกทตั้งใจจะให้ให้นิวเกทเป็นหมอต่อไปแต่ฟินน์ไม่เห็นด้วย นิวเกทเกือบถูกจับได้แต่พอดีสัญญาณเตือนนักโทษหลบหนีดังขึ้นฟินน์เลยรีบออกไปตาม ฟินน์ไล่ตามเจ้าหน้าที่หลบหนีไปถึงหน้าผาตกลงไปตายคนนึงส่วนอีกคนฟินน์ฆ่าตายเอาศพกลับมาที่โรงพยาบาล นิวเกทเข้าไปตรวจศพพบรอยแทงที่หลังแต่ฟินน์กลับบอกถูกม้าเตะจนตาย ฟินน์ฆ่าผู้หญิงที่สนิทกับเกรฟตายในงานเลี้ยง ดร.แลมบ์เริ่มคุมพวกผู้ป่วยไม่ได้และเริ่มกังวลว่าพอถึงวันปีใหม่พวกญาติจะมาเยี่ยมแล้วความจะแตกเพราะรู้ว่าสามีเกรฟต้องมาแน่นอน ดร.แลมบ์เอาตัวดร.ซอลท์มาช็อตไฟฟ้าแบบเดียวกับที่ซอลท์ชอบทำกับพวกคนไข้ ดร.แลมบ์บังคับให้นิวเกทเป็นคนช็อตไฟฟ้าดร.ซอลท์จนสูญเสียความจำและจะทำกับนักโทษรายอื่นๆต่อไป 

นิวเกทแอบวางยาในไวน์แต่ฟินน์มาเจอเลยต่อสู้กันจนฟินน์สลบไป แผนของนิวเกทเกือบสำเร็จแต่ฟินน์ดันฟื้นมาแฉพอดีนิวเกทเลยถูกจับตัวเตรียมช็อตไฟฟ้า นิวเกทขอให้ดร.แลมบ์เอารูปเกรฟออกจากกระเป๋าซึ่งจริงๆแล้วเป็นรูปทหารที่ดร.แลมบ์ฆ่าทำให้ดร.แลมบ์ช็อคเดินเหม่อออกไป ฟินน์เข้ามาจัดการต่อแต่เกรฟมาช่วยนิวเกทไว้เหตุการณ์ชุลมุนจนเกิดไฟไหม้นิวเกทให้เกรฟพาพวกคนไข้หนีแล้วลงไปช่วยพวกเจ้าหน้าที่ หลังจากเหตุการณ์สงบมิสซิสไพค์เข้ามาเป็นคนควบคุมแทน นิวเกทชวนเกรฟหนีไปด้วยกันอีกครั้ง เกรฟปฏิเสธบอกตัวเองไม่ปกตินิวเกทเลยสารภาพว่าจริงๆแล้วนิวเกทมาที่สโตนเฮริ์ตสก็เพราะหลงรักเกรฟ สามีเกรฟกับอาจารย์หมอตอนต้นเรื่องมาที่โรงพยาบาลซึ่งตอนนี้มิสซิสไพค์เป็นคนดูแลเพื่อขอรับตัวเกรฟกลับไป มิสซิสไพค์บอกว่าเกรฟออกไปแล้วโดยมีดร.นิวเกทเป็นคนเซ็นต์รับรอง อ.หมอก็เลยบอกว่าเป็นไปไม่ได้เพราะตัวเองนี่แหละคือดร.นิวเกท เท่ากับว่านิวเกทที่ดูมาทั้งเรื่องไม่ใช่ตัวจริงและไม่ใช่นศ.แพทย์แต่เป็นผู้ป่วยอาการร้ายแรงที่สุดที่เคยสวนกับเลดีเกรฟวันที่ถูกพาไปในคลาสแล้วหลงรักทันทีจากนั้นก็หลบหนีออกจากโรงพยาบาลปลอมตัวเป็นดร.นิวเกทตามมาที่สโตนเฮิร์ตส์ ตัดไปที่โรงพยาบาลบ้าในอิตาลี นิวเกทตัวปลอมในฐานะดร.แลมบ์กับมิสซิสแลมบ์กำลังเต้นรำอยู่ท่ามกลางผู้ป่วยอย่างมีความสุข

โดยตัวหนังดัดแปลงมาจากนวนิยายของเอ็ดการ์ อัลเลน โพ ในชุด The System of Doctor Tarr and Professor Fether ซึ่งตัวหนังนั้นในบรรยากาศ หนังย้อนยุค แบบวิตอเรียนผสมโกธิค ทำให้บรรยากาศตลอดการดูหนังเรื่องนี้มีความขมุกขมัว ยิ่งไปกว่านั้นการปกปิดอำพรางรายละเอียดของตัวละครทุกตัวในเรื่องจึงทำให้คนดูรู้สึกสงสัยใคร่รู้และอยากจะทำความรู้จักกับตัวละครกลุ่มนี้มากขึ้น ว่าตกลงแล้วเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกันแน่ในสถานที่แห่งนี้