Crouching Tiger Hidden Dragon | พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก (2000)

Crouching-Tiger-Hidden-Dragon (2000)

Crouching Tiger Hidden Dragon หนังกำลังภายในเป็นหนังอีกแนวหนึ่งที่เราคนไทยคุ้นเคยกันมานาน ดูมาตั้งแต่เด็กยันโต ในวันนี้ เราอยากจะมาเสนอหนังกำลังภายในเรื่องเยี่ยม เยี่ยมในระดับออสการ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ มันดังขนาดเข้าชิงออสการ์ 10 สาขาและกวาดมาได้ 4 รางวัล อีกทั้งยังได้รางวัลจากเทศกาลหนังต่างๆมากมาย สร้างกระแสฟีเวอร์ไปทั่วโลก ซึ่งก็น่าสนใจตรงที่มันเป็นหนังกำลังภายในนี่แหละ แต่มันเข้าไปทำให้สร้างความฮือฮาฝรั่งได้อย่างไรนี่คือสิ่งที่น่าสนใจ เอาเป็นว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เราไปอ่านบทความจาก เว็บดูหนัง ในภาพยนตร์เรื่อง Crouching Tiger Hidden Dragon กันเลยค่ะ

Crouching-Tiger-Hidden-Dragon

Crouching Tiger Hidden Dragon เป็นภพยนตร์จีนแนว แอคชั่น Action กำกับโดย อัง ลี เรื่องย่อ หลี่ มู่ ไป๋ จอมยุทธ์ที่กำลังจะวางมือจากเรื่องวุุ่นวายในยุทธภพ เขาได้มอบกระบี่ชะตาฟ้าให้กับ ชูเหลียน เจ้าของสำนักคุ้มภัย เพื่อทำหน้าที่ไปมอบให้กับขุนนางชั้นสูงผู้หนึ่งเพื่อให้ได้เก็บรักษาไว้ แต่แล้วกระบี่ก็กลับเป็นที่หมายตาของขุนนาง และจอมยุทธต่างๆ ในยุทธภพ จนถูกแก๊งโจรของขุนนางรายหนึ่งขโมยไป ซึ่งโจรรายนี้ก็เป็นศิษย์ของ จิ้งจอกหยก คู่แค้นของหลี่ มู่ไป๋ จนทำให้ยุทธภพต้องกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง

ในราชวงศ์ชิงของจีนในศตวรรษที่ 18 หลี่ มู๋ไป๋ เป็นนักดาบ วูดง ส่วนซู เหลียน เป็นหัวหน้า บริษัท รักษาความปลอดภัยส่วนตัว ทั้งสองมีความรู้สึกต่อกันมานาน แต่เนื่องจาก ซู เหลียนได้หมั้นหมายกับ เมง ซีเซา เพื่อนสนิทของมู๋ไป๋ก่อนเสียชีวิต ทั้งสองรู้สึกผูกพันกับความภักดีต่อซีเซาและมี ไม่แสดงความรู้สึกต่อกัน มู๋ไป๋เลือกที่จะเกษียณอายุขอให้ซู่เหลียนมอบดาบในตำนาน “โชคชะตาสีเขียว” ให้แก่เซอร์เต๋อผู้มีพระคุณในปักกิ่ง เมื่อนานมาแล้วอาจารย์ของมู๋ไป๋ถูกฆ่าโดย ผู้หญิงที่พยายามเรียนรู้ทักษะ ขณะอยู่ที่บ้านของเซอร์เตซู่เหลียนได้รู้จักกับเจินหยูซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ว่าการหยูที่ร่ำรวยและมีอำนาจและกำลังจะแต่งงาน เย็นวันหนึ่งโจรสวมหน้ากากแอบเข้าไปในที่ดินของเซอร์เต้และขโมย Green Destiny คนรับใช้และซู เหลียน ติดตามการโจรกรรมไปยังพื้นที่ ซึ่งเจด ฟ็อกซ์ ได้รับการวางตัวให้เป็นผู้ปกครองของเจนมานานหลายปี หลังจากนั้นไม่นานมู่ไป๋ก็มาถึงปักกิ่งและคุยเรื่องขโมยกับซู่เหลียน อาจารย์โบได้รู้จักกับสารวัตรไจ่ตำรวจสืบสวนจากต่างจังหวัดและเมย์ลูกสาวของเขาที่เดินทางมาปักกิ่งเพื่อตามหาฟ็อกซ์ ฟ็อกซ์ท้าให้ทั้งคู่และมาสเตอร์โบประลองในคืนนั้น 

หลังจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อกลุ่มนี้ใกล้จะพ่ายแพ้เมื่อมู่ไป๋มาถึงและเอาชนะฟ็อกซ์ เธอเปิดเผยว่าเธอฆ่าอาจารย์ของมู่ไป๋เพราะเขานอนกับเธอ แต่ปฏิเสธที่จะรับผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นลูกศิษย์และเธอรู้สึกว่ามันเป็นความยุติธรรมในบทกวีที่ทำให้เขาต้องตายด้วยน้ำมือของผู้หญิง ขณะที่มู่ไป๋กำลังจะฆ่าเธอโจรสวมหน้ากากก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งและช่วยเหลือฟ็อกซ์ เขาฆ่าไจ่ไจ๋ก่อนที่จะหนีไปพร้อมกับโจร (ซึ่งเปิดเผยว่าเป็นเจน) หลังจากที่ได้เห็นเจนต่อสู้มู๋ไป๋ แล้วฟ็อกซ์ ก็รู้ว่าเจนแอบศึกษาคู่มือ วูดงอย่างลับๆ ฟ็อกซ์ไม่รู้หนังสือและสามารถทำตามไดอะแกรมเท่านั้นในขณะที่ความสามารถของเจนในการอ่านคู่มือช่วยให้เธอเหนือกว่าพี่เลี้ยงในศิลปะการต่อสู้ ในตอนกลางคืนโจรทะเลทรายชื่อโลบุกเข้าไปในห้องนอนของเจนและขอให้เธอออกไปกับเขา ภาพย้อนหลังเผยให้เห็นว่าในอดีตเมื่อผู้ว่าการหยูและครอบครัวกำลังเดินทางไปในทะเลทรายทางตะวันตก โลและกลุ่มโจรได้บุกเข้าไปในกองคาราวานของเจน และโลได้ขโมยหวีของเธอไป เธอไล่ตามเขาไปที่ถ้ำกลางทะเลทรายเพื่อเอาหวีของเธอกลับคืนมา อย่างไรก็ตามทั้งคู่ตกหลุมรักกันในไม่ช้า ในที่สุดเจนก็โน้มน้าวให้เจนกลับไปหาครอบครัวแม้ว่าจะไม่ได้เล่าตำนานของชายคนหนึ่งที่กระโดดลงจากหน้าผาเพื่อทำความปรารถนาของเขาให้เป็นจริง

สำหรับ Crouching Tiger, Hidden Dragon นั้น เป็นหนังที่ถึงไม่ใช่ คอหนังจีน ก็ดูได้ หรือจะเป็นคอหนังจีนก็ดูดี ด้วยความที่ตัวหนังค่อนข้างมีความสากลมาก เลยทำให้มันน่าจะเข้าถึงคนได้หลายแบบ อีกทั้งด้วยงานสร้างในระดับงดงามประณีต งานศิลป์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง การออกแบบฉากต่อสู้ ดารา ล้วนแล้วแต่ยกระดับจัดเต็มกันดีจริงๆ ทำให้ใครที่อยากมาเสพงานสวยๆ หรือแค่มาเสพแอคชั่น ก็จะได้รับการตอบโจทย์อย่างดี ซึ่งหากใครชอบหนังจีนระดับคุณภาพชั้นดีแบบ House of Flying Daggers หรือ Hero แล้ว นี่คือหนังจีนระดับสากลที่คว้ารางวัลมากมายอีกเรื่องที่บังคับว่าต้องดูค่ะ

Resident Evil 3 Extinction | ผีชีวะ 3 สงครามสูญพันธ์ไวรัส (2007)

Resident-Evil3 (2007)

Resident Evil 3 Extinction ในยุคที่โรคระบาดกำลังเกิดขึ้นอย่างมากมาย และกำลังเกิดการแพร่สะพัดไป จนผู้คนได้รับเชื้อและล้มตายไปในหลายๆ ประเทศเกือบทั่วโลก อย่างไวรัส Covid-19 ที่กำลังเป็นข่าวดังอยู่ในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศนั้น วันนี้เราจึงจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ หนังชนโรง แนวไวรัสระบาดล้างโลก อย่าง Resident Evil หรือ ผีชีวะ ของผู้กำกับ Paul W.S. Anderson ที่เคยกำกับหนังอย่างเช่น Alien vs. Predator

Resident-Evil3

Resident Evil 3 ภาพยนตร์ แอคชั่น Action ความเดิมต่อจากภาคที่แล้ว เหตุการณ์หลังจากภาคก่อน 3-5 ปี บริษัท อัมเบรลล่า คอร์ปอเรชั่น ล้มเหลวในการควบคุมโรคระบาดที่เกิดจาก ที-ไวรัส จนพลเมืองติดเชื้อกลายเป็นผีดิบกันเกือบหมดโลก ผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดรวมกลุ่มกันเดินทางไกลไปอลาสก้า ซึ่งเป็นที่เดียวที่ยังคงปลอดภัย โดยมี อลิซ (มิลล่า โจโววิช) เป็นผู้นำ โดยเธอถูกลูกน้องของ ดร.ไอแซค ตามล่า ถูกฝูงผีดิบกระหายเลือดไล่หลัง ขณะที่ตัวเธอเองกระหายการแก้แค้น

วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง ทีไวรัสที่เป็นผลมาจากการทดลองของบริษัทอัมเบรลล่าคอร์เปอเรชั่นถูกปล่อยสู่ชาวโลก และทำให้มนุษย์กลายสภาพเป็นซอมบี้กระหายเลือด เมื่อไม่มีเมืองใดปลอดภัย คาร์ลอส โอลิเวร่า (โอเด็ด เฟอห์) และ แอลเจ (ไมค์ เอ๊ปส์) พร้อมด้วยผู้รอดชีวิตรายใหม่ ได้แก่ แคลร์ (อาลี ลาร์เตอร์), เคมาร์ท (สเปนเซอร์ ล็อค) และ เนิร์ส เบ็ตตี้ (อชานติ) จึงทำการรวบรวมผู้รอดชีวิตรายอื่นๆและออกเดินทางข้ามทะเลทรายในรถเกราะ สิ่งที่พวกเขาตามหาคือพวกเดียวกัน นั่นก็คือมนุษย์ที่ยังมีชีวิต ไม่ติดเชื้อ แต่สิ่งที่พวกเขาพบกลับเป็นฝูงผีดิบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องหาเพิ่มก็คือปืน กระสุน และเครื่องพ่นไฟ เอาไว้ป้องกันตนเอง ใต้หอคอยวิทยุรัฐเนวาด้าคือสำนักงานและศูนย์วิจัยของบริษัทอัมเบรลล่า ดร.ไอแซค (เอียน เกลน) จับตาดูขบวนรถเกราะผ่านทางดาวเทียมของบริษัท แต่คนเดียวที่เขาตามหา คือ อลิซ (มิลล่า โจโววิช) หญิงสาวที่ไม่ได้เป็นเพียงกุญแจสู่การเยียวยาหายนะ แต่ยังเป็นเป้าหมายการทดลองหลักของอัมเบรลล่าด้วย เมื่อครั้งถูกอัมเบรลล่าคอร์ปจับตัวไป อลิซถูกนำตัวไปทดลองทางชีวภาพ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ทำให้เธอมีพลังเหนือมนุษย์ มีสัมผัสเหนือคนธรรมดา และมีความคล่องแคล่วเกินขีดมาตรฐาน อลิซกลายพันธุ์และดีเอ็นเอในร่างกายที่ถูกอัมเบรลล่าปรับแต่งก็กำลังทรยศเธอ อลิซเข้าร่วมกลุ่มกับขบวนรถเกราะและยืนหยัดปกป้องพวกเขา โดยหวังว่าจะสามารถพาพวกเขาไปยังที่ที่ปลอดภัยได้ ขบวนรถเกราะตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังอลาสก้า ดินแดนเดียวที่ยังคงปลอดภายจากพวกซอมบี้ แต่พวกเขาต้องแวะที่ลาสเวกัสเพื่อเติมเชื้อเพลิงก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องหลีกเลี่ยงสายตาของอัมเบรลล่าคอร์ปที่คอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา เพราะบริษัทอาจจะตามอลิซมาที่นี่ ไม่ใช่แค่อัมเบรลล่าคอร์ปที่ต้องการตัวอลิซ แต่อลิซเองก็รอจัดการกับบริษัทนี้เช่นกัน และเธอจะไม่หยุดจนกว่าจะได้โค่นองค์กรนี้ให้สิ้นซาก และนี่คือจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าสุดระทึกที่มีชะตาของมนุษยชาติเป็นเดิมพัน

ภาคนี้จัดว่ามันส์ดีค่ะ หนังHD สนุก ตื่นเต้นใช้ได้ทีเดียว ในฐานะหนังสร้างจากเกมเราก็ไม่ผิดหวังนะ อาจเพราะมันไม่หวังมานานแล้วก็ได้ ไม่เหมือนสมัยแรกๆ ที่อดตั้งความหวังไม่ได้เพราะเกมมันสนุก มันมันส์ เลยคิดว่าหนังน่าจะมีอะไรชวนเร้าระทึก แต่พอเวลาผ่านก็เข้าใจล่ะค่ะว่าเกมกับภาพยนตร์มันเป็นความบันเทิงคนละชนิด จะให้เกิดความสนุกเมามันส์เท่ากันคงเป็นไปไม่ได้ มันอยู่ที่จริตความชอบของคนซะล่ะมากกว่า กลิ่นอายเรื่องราวก็ผสมผสานใช้ได้ค่ะ แอ็กชัน ผสมน่ากลัว แล้วการที่เหตุไปเกิดที่ทะเลทรายก็ได้อีกอารมณ์ที่ไม่เลว ก็ตรงกับเจตนาของทีมงานที่อยากได้อารมณ์ประมาณ Mad Max ค่ะ

Empire State | แผนปล้นคนระห่ำ (2013) 

Empire State (2013)

Empire State จะเกิดไรขึ้นเมื่อชายหนุ่มที่ฝันอยากจะเป็นตำรวจต้องไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทรถขนเงินแห่งหนึ่ง แต่เขากลับพบว่าระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่มันมันมีช่องโหว่จนหลุดปากให้เพื่อนสนิทฟัง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นของแผนโจรกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ สวัสดีค่ะ หนังที่จะมาสปอยล์ในวันนี้มีชื่อเรื่องว่า Empire State (2013) ถ้าเกิดพร้อมแล้วเราไปอ่านและลุ้นกับบทความนี้บน เว็บดูหนังออนไลน์ ไปพร้อมกันได้เลย

Empire State

Empire State หรือชื่อไทย แผนปล้นคนละห่ำ เป็นหนังแนว แอคชั่น Action โดยหนังเรื่องนี้ก็สร้างจากเรื่องจริงทั้งหมด และคริส ที่เป็นพระเอกของเราให้เรื่อง ก็ได้ผลโทษ เมื่อวันที่10 ตุลาคม 1991 ส่วนเงินที่เหลือละหายไปนั้นก็ยังหาไม่พบจนถึงปัจจุบัน 

หนังเปิดเรื่องมา 3 เดือนก่อนการปล้นชายคนนี้เขามีชื่อว่า เอ็ดดี้ ที่เป็นเพื่อนของพระเอกและเขาก็โดนเจ้านายไล่ออก จากที่ทำงานแถมยังโดนกระทืบอีกด้วยเพราะเอ็ดดี้ ชอบขโมยของที่ร้าน และขาดงานบ่อย ก่อนที่พระเอกจะเข้ามาช่วยเขาไว้ได้ทันและขับรถหนีออกไปก่อนที่จะมุ่งหน้าไปหาแม่ของเขาเพราะว่าพระเอกได้ซื้อรูปปั้นเอาไว้มาเป็นของขวัญบางอย่างให้กับแม่ของเขาซึ่งพระเอกของเรามีชื่อว่า คริส หลังจากที่เขาได้ยกรูปปั้นมาให้แม่เสร็จพวกเขาแค่ขับรถออกมาหาพ่อของเขาที่ทำงานอยู่ในผับบาร์แห่งหนึ่งใช่คนนี้เขามีชื่อว่าสปีโร่เป็นเจ้านายของพ่อพระเอกสปีโร่เป็นคนที่มีอิทธิพลมากใช้ให้พ่อของพระเอกทำงานทุกอย่างและเข้ามาหาพ่อที่กำลังทำงานอยู่ในห้องน้ำและในขณะที่พ่อกำลังคุยอยู่นั้นสปีโร่ก็เลยเข้ามาในห้องน้ำแต่พอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ได้เอา มือมาเช็คที่เสื้อของพ่อพระเอกทำให้พระเอกของเราไม่พอใจเป็นอย่างมากจนพวกเขาเกือบจะมีเรื่องกันแต่พ่อของพระเอกที่ไม่อยากมีเรื่องก็ได้ห้ามพระเอกไว้และสั่งให้พระเอกกลับออกไปก่อนแล้วหนังก็ตัดออกมาที่บ้าน 

เป็นหนังดราม่าแนวสืบสวนที่ค่อนข้างน่าเบื่อ เนื้อเรื่องจืดชืด อืดอาดและยืดยาดตั้งแต่เริ่มยันจบเรื่อง ปูเรื่องนานมาก จุดด้อยก็มีเยอะ ข้อ1 เป็นหนังที่มีฉากยิงกันแบบ ถล่มแหลกเพียงแค่ฉากเดียว คนที่คาดหวังการได้เห็นภาพการสาดกระสุนแบบไม่มีหยุด ผิดหวังแน่นอน ข้อ2 หนังไม่มีฉากการต่อสู้ เตะ ต่อย นั่นหมายความว่า ผู้ที่คาดหวังกับการได้ดูการใช้กำลังและกล้าม ของดาราบางคนก็ผิดหวังเช่นกัน ข้อ3 หนังไม่ได้เน้นแผน การปล้นซับซ้อนเหนือเมฆ ไม่มีการวางแผนซ้อนแผน ในทางตรงกันข้าม การปล้นในเรื่องยังง่ายเกือบเท่าการไปปล้นเซเว่น ผู้ที่คาดหวังกับการปล้นแบบเหนือชั้น และสุดจะคาดคะเนได้ก็น่าจะผิดหวัง  ข้อ4 ไม่ได้เตรีมรับมือมาดูหนังย้อนยุคที่เล่าเหตุการณ์เมื่อราว 3 ทศวรรษก่อน ตรงนี้ทำให้ประหลาดใจเล็กน้อย ข้อ5 มองในแง่การเป็นหนังย้อนยุค มองเห็นความพยายามที่จะออกแบบงานสร้างและเครื่องแต่งกายให้ดูเป็นหนังคุณภาพ ตรงนี้เราว่าสามารถชื่นชมความพยายามได้ แปลว่าไม่ใช่หนังทำแบบง่ายๆ ไม่ต้องพิถีพิถันอะไรมาก 

เป็น หนังดราม่าแนวสืบสวน ที่ค่อนข้างน่าเบื่อ เนื้อเรื่องจืดชืด อืดอาดและยืดยาดตั้งแต่เริ่มยันจบเรื่อง ปูเรื่องนานมาก บางฉากก็ไม่ได้มีความหมายหรือความสำคัญอะไรเลย ต่อให้ดูแบบหลับๆตื่นๆก็ยังรู้เรื่อง ไร้เสน่ห์ดึงดูด ไม่มีอะไรให้สนใจ ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ เหมือนจุดขายมีแค่สร้างจากเค้าโครงของเรื่องจริงกับตัวเดอะร็อคเท่านั้นเอง โดยรวม หนังพอดูได้ แต่เสียดาย บทพาไปไม่ค่อยสุด เหมือนจะดราม่าครอบครัว แต่ก็ได้แค่นั้น นางเอกบทบาทน้อยมาก เพื่อนตัวเอกบทเด่นกว่าอีก น่าเสียดายที่จบง่ายไปหน่อย

Fantastic Beasts The Secrets Of Dumbledore | สัตว์มหัศจรรย์ ความลับของดัมเบิลดอร์ (2022)

Fantastic-Beasts3 (2022)

Fantastic Beasts The Secrets Of Dumbledore นี้คือภาพยนตร์ภาคที่ 3 ของแฟรนไชส์ Fantastic Beasts ซึ่งยังคงได้ David Yates ผู้กำกับ หนังชนโรง จากสองภาคแรกกลับมารับหน้าที่พาผู้ชมกลับเข้าสู่โลกเวทมนต์อีกครั้ง รวมถึงได้ Steve Kloves มือเขียนบทจาก Harry Potter ฉบับภาพยนตร์ มารับหน้าที่เขียนบทร่วมกับ J.K. Rowling ในครั้งนี้

Fantastic-Beasts3

Fantastic Beasts The Secrets Of Dumbledore ภาพยนตร์แนว แฟนตาซี Fantasy นำแสดงโดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น, แดน ฟ๊อกเลอร์, จู๊ด ลอว์, แมดส์ มิคเคลสัน, เอซรา มิลเลอร์, อลิสัน ซูดอล, ป๊อปปี้ คอร์บี้-ทูช, อเล็กซานเดอร์ คุซเนตซอฟ, เจสสิก้า วิลเลี่ยมส์, คัลลั่ม เทอร์เนอร์, วิคตอเรีย ยีตส์, วิลเลี่ยม เนดีแลม, ริชาร์ด คอยล์ (ส่วนตัวชอบ จู๊ด ลอว์ ที่รับบท ศาสตราจารย์ อัลบัส ดับเบิ้ลดอร์

ในภาคนี้จะเล่าถึงเรื่องราวของนักสัตว์วิเศษวิทยาที่มีชื่อว่านิวท์ สคามันเดอร์ที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมายโดยเฉพาะการปะทะกับตัวร้ายอย่างเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ในครั้งนี้อัลบัส ดัมเบิลดอร์ได้รู้ความลับเกี่ยวกับพ่อมดสุดชั่วร้ายผู้นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่ากรินเดลวัลด์กำลังรวบรวมกองทัพพ่อมดแม่มดเพื่อหวังว่าจะสามารถยึดครองโลกเวทมนตร์ได้สำเร็จตามความต้องการ เขาได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าตนเองและกองทัพจะสามารถโค่นล้มเหล่ามักเกิ้ลที่ไม่มีเวทย์มนต์ให้หายไปจากโลกใบนี้ให้สำเร็จ เขาได้ทำการวางแผนเกมการเมืองเอาไว้อย่างแนบเนียนในการเลือกตั้งผู้นำสูงสุดในโลกของเวทมนตร์ เขาได้ทำการควบคุมทั้งครีเดนซ์ แบร์โบนเด็กกำพร้าผู้ครอบครองพลังวิเศษรวมไปถึงควีนนี โกลสตีนน้องสาวของทีน่าซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเวทมนตร์ให้กลายมาเป็นพวกของเขาแบบเต็มตัว ดังนั้นดับเบิ้ลดอจึงต้องขอความช่วยเหลือไปยังนิวท์ สคามันเดอร์เพื่อรวบรวมไม่ว่าจะเป็นพ่อมดหรือแม่มดในการต่อสู้ครั้งนี้ รวมไปถึงที่ชายของเขาอย่างธีซีอุสซึ่งเป็นถึงหัวหน้าสำนักงานมือปราบมารแห่งกระทรวงเวทมนตร์ประจำอังกฤษ ยูซุฟ พ่อมดผู้ต้องการแก้แค้นกรินเดลวัลด์ที่สังหารน้องสาวของเขาลงไปอย่างโหดร้ายทารุณ รวมไปถึงมักเกิ้ลอย่างเจขอบที่ได้เข้าร่วมภารกิจดังกล่าวนี้ด้วย เรื่องราวจะพาเราไปไขความลับว่าพ่อมดที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่างดับเบิ้ลดอร์มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพ่อมดสุดชั่วร้ายผู้นี้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเลือดที่ทำร่วมกัน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ที่ผ่านมา

โดยรวมในแง่ของการดำเนินเรื่อง เอาจริง ๆ เรามองว่าในภาคนี้ บทค่อนข้างกลมกล่อมและดูง่ายกว่าภาคที่แล้วพอสมควรค่ะ เรียกได้ว่าค่อนข้างประนีประนอม ปรับสมดุล และปรับกราฟเรื่องราวให้เข้าที่มากกว่าสองภาคแรกอย่างชัดเจน ตัวหนังยังคงใส่ Easter Egg จากจักรวาลแฮร์รี พอตเตอร์ มาให้เหล่าพอตเตอร์เฮด (Potterhead) ได้กรี๊ดกันแบบจุก ๆ แต่ตัวบทเองก็เริ่มจะปรับแต่งเรื่องราวให้ครบรส และน่าจะทำให้มักเกิลที่ไม่ได้อิน ก็น่าจะดูได้แบบสนุกครบรส ทั้งแอ็กชันที่มีประปราย พล็อตหนังเกมการเมืองที่แทรกเข้ามาได้แปลกใหม่ดีสำหรับโลกเวทมนตร์ สัตว์วิเศษที่แม้ในภาคนี้จะมีไม่เยอะ แต่เหล่าน้อง ๆ ที่มาใหม่ก็ล้วนแต่น่ารักกันทั้งนั้น โดยเฉพาะกิเลน สัตว์วิเศษชั้นสูงที่มีสัมผัสลึกถึงจิตใจคนได้ และปูแมงมุมที่เรียกเสียงฮาได้ดีมาก ส่วนน้อง ๆ แก๊งเดิมก็ยังคงสร้างสีสันให้กับตัวหนังได้อย่างน่ารักน่าชัง

สำหรับนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคุณภาพคับจอเหมือนเดิม ทั้งเก่าและใหม่ โดยรวมคือดีมาก ส่วนฉากและคอสตูม สำหรับคอสตูมเรื่องนี้ไม่ต้องถามถึง บอกเลยคือเลิศมากๆ มีความเก๋ในด้านแฟชั่นทั้งหญิงและชายยกนิ้วให้กับฝ่ายคอสตูมเรื่องนี้ไปเลย และ ฉากโลเคชั่นของ หนังใหม่ เรื่องนี้ แน่นอนว่าฉากส่วนใหญ่เป็นฉาก CG ไปซะส่วนใหญ่ ทั้งฉากสถานที่  พลังเวทมนต์ แม้กระทั้ง สัตว์วิเศษ แต่โดยรวมก็คือดีมาก ๆ ยอมรับเลยว่าเป็นฉาก CG ที่ไม่น่าเบื่อเลย 

Nate Bargatze The Greatest Average American | เนต บาร์กัตซี ปุถุชนอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด (2021)

Nate-Bargatze-The-Greatest-Average-American (2021)

Nate Bargatze The Greatest Average American คนไทยเองอาจจะรู้จักการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนจาก โน้ต อุดม แต้พานิชย์ ซึ่งหลายคนก็เข้าใจว่า เดี่ยวไมโครโฟนเท่ากับ โน้ต อุดม เพราะในประเทศไทยแทบจะไม่มีใครที่ทำอาชีพเดี่ยวไมโครโฟนแล้วโด่งดังได้เท่าเขา แต่ในต่างประเทศอาชีพนี้ฮิตกันเป็นอย่างมาก และวันนี้เราก็มีเดี่ยวไมโครโฟน จาก เว็บดูหนังออนไลน์ จากค่าย Netflix มาให้ทุกคนที่อ่านกัน 

Nate-Bargatze-The-Greatest-Average-American

เขาคนนี้ตั้งชื่อการแสดงครั้งนี้ว่า “Nate Bargatze The Greatest Average American เนต บาร์กัตซี ปุถุชนอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด” เนต บาร์กัตซี จะมาถกเรื่องการแสดง ตลก Comedy ผ่านซูมวิดีโอ พร้อมเมาส์เรื่องทำโทรศัพท์หาย อาหารเช้าสุดห่วยในโรงแรม แคดดี้ที่เป็นสัตว์ คณิตศาสตร์แบบใหม่ และอีกมากมาย 

วิถีของเดี่ยวไมโครโฟน ทุกคนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องที่อยู่ในกระแสปัจจุบันเพื่อดึงให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมและจะเริ่มพูดเรื่องของตัวเองหลังจากนั้น สำหรับการแสดงของ เนต บาร์กัตซี ในครั้งนี้ แน่นอนเรื่องที่เป็นกระแสและคนทั่วโลกคือ โควิด-19 เขาเล่นมุกด้วยการบอกว่าปี 2020 เป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพียงแค่นี้ทุกคนในฮอลก็ขำกันใหญ่ เขาบอกว่าปีที่ผ่านมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่างจนคนธรรมดาอย่างเรารับมือไม่ทัน แม้แต่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกองสหรัฐว่าพบเจอยานยูเอฟโอ ทุกก็ตื่นเต้นเพียงไม่กี่วันและไปกังวลกับไวรัส โควิด-19 ต่อ เขาบอกว่าพอทุกคนรู้ว่ามียูเอฟโอก็เกิดคำถามขึ้นมามันจะเอาไวรัสอะไรแพร่ระเบิดใส่มนุษย์อีกมั้ย เนตมีประสบการณ์ที่เกือบจะติดโควิด-19 เมื่อเขาไปดูการแข่งขันฟุตบอลแล้วมี 1 ในผู้ชมติดโควิด-19 ทำให้เขาถูกสอบสวนไทม์ไลน์ 14 วันย้อนหลังจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเขาไม่อยากบอกว่าเมื่อวานเขากินอะไรไปเพราะกลัวหาว่าไม่รักสุขภาพ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาไม่ติดโควิดแน่นอน เขาเล่าว่าเขาเป็นคนไม่ชอบพกโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็เป็นอุปสรรคกับชีวิตเขาในบางครั้ง เช่น เวลาไปสนาม เขาจะเดินไปที่เคานเตอร์และขอวซื้อตั๋วเครื่องบินโดยการจ่ายเช็ค พนักงานคนนั้นงงว่าทุกวันนี้ยังมีคนซื้อตั๋วด้วยวิธีนี้กันอยู่หรอ เธอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำพนักงานที่แก่ที่สุดของบริษัทมาจัดการกับปัญหานี้ ทำให้เนตรู้สึกแก่เล็กน้อย

และในระหว่างต่อแถวรอเข้าเกตส์ ทุกคนจะก้มหน้าเล่นมือถือแค่สำหรับเนตที่ไม่พกมือถือเขาจึงใช้วิธียืนจ้องหน้าผู้คนว่าพวกเขามีรีแอคชั่นเวลาเล่นโซเชียล จนมีหลายครั้งที่เขาโดนด่าเพราะหาว่าเป็นโรคจิต เขาบินไปเพื่อจะไปเล่นเดี่ยวไมโครโฟนที่บริษัทแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ซึ่งหลายครั้งที่บริษัทจ้างนักเล่าเหล่านี้ไปโชว์ในงานเลี้ยง เขาบอกว่าเป็นการแสดงที่เขารู้สึกว่าตัวเองห่วยมากๆ เพราะไม่มีใครขำกับมุกที่เขาเล่นเลย เขาได้ยินพนักงานคนหนึ่งคุยกันว่าหัวหน้าจ้างคนมากล่าวสุนทรพจน์ทำไม เมื่อการแสดงจบคนผู้ที่จ้างเขาก็มาปลอบและบอกว่า ไม่ต้องแปลกใจนะที่ไม่มีใครขำ เพราะพนักงานของเขาทุกคนฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง เขาเล่าถึงการเป็นพ่อคนว่ามีความสุขกับการมีลูกสาว เธอชื่อฮาเปอร์และเมื่อเธอไม่ได้ไปโรงเรียนก็พักจะถ่ายวิดีโอเพื่อลงยูทูปแต่ใช้กล้องของเขาถ่ายและไม่ได้อัปลงยูทูป ดังนั้นคลิปความยาว 90 ชั่วโมงที่กล่าวทักทายแฟนคลับให้กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์ ก็มีแค่เขากับภรรยาเท่านั้นที่เห็น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมุกที่เนต บาร์กัตตี้นำมาเล่าในการแสดงครั้งนี้

หลังจากที่เราได้ดูเดี่ยวไมโครโฟนจากทาง Netflix แล้ว ซึ่งส่วนตัวเราชอบดูสแตนด์อัปคอมเมดี้ของต่างประเทศอยู่แล้ว เพราะพวกเขาสามารถพูดได้ทุกเรื่อง ไม่ปิดกันความคิด ความอ่านของผู้อื่น ร่วมทั้งเสรีภาพการใช้ชีวิตด้วย  ถือว่าเป็นเดี่ยวที่ไม่ได้ตลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังสอดแทรกการแก้ไขปัญหาของชีวิตให้เราได้คิดอีกด้วย

Chivalrous | ศึกเสวียนอู่ (2020)

Chivalrous (2020)

Chivalrous เสวียนอู่นั้นถ้าให้แปลเป็นไทยจะมีความหมายว่า “เต่าดำ” ฟังแล้วอาจจะดูไม่ขลังแต่แท้จริงแล้วสัตว์ชนิดนี้คือสัญลักษณ์ความเชื่อของชาวจีนโบราณว่า คือสัตว์ที่พิทักษ์แห่งทิศอุดร ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่จตุรสัตว์ ว่ากันว่าถ้านำสัญลักษณ์ของเต่าดำไปไว้ที่ไหน ล้วนบ่งบอกว่าสิ่งๆ นั้นคือของล้ำค่าและมีพลังเหลือล้น ถ้าอยากรู้เรื่องของเสวียนอู่มากกว่านี้ เราไปเข้า เว็บดูหนัง เปิดภาพยนตร์เรื่อง Chivalrous หรือชื่อไทย ศึกเสวียนอู่ กันเลยค่ะ

Chivalrous

Chivalrous ภาพยนตร์จีนแนว แฟนตาซี Fantasy เรื่องราวในยุคที่ 4 ตระกูลต่างกำลังแย่งชิงศึกเสวียนอู่ที่หายไปนับพันปี ขณะเดียวกัน อุบาสกโม่ ผู้สืบทอดสายเลือดเทพแห่งสงครามเพียงคนเดียวในยุทธภพก็ได้รับภารกิจจากไต้ซือจิ้งหยวนให้ปกป้องราชวงศ์โจวและตามหาป้ายเสวียนอู่ให้พบ

ในสมัยซางและโจว ทหารผ่านศึกแห่งซีฉี ได้แก่ หนานกงชื่อ ซ่านหยีเชิง หงเยาและไท่เตียน 4 สหายของกษัตริย์หวัง หนึ่งในนั้น หนานกงชื่อเป็นวีรบุรุษคนสำคัญแห่งราชวงศ์โจว เขามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านการปกครองแผ่นดินตั้งแต่การสิ้นสุดของราชวงศ์ซางและเริ่มต้นราชวงศ์โจว หนานกงชื่อมีกลยุทธ์ที่โดดเด่น เป็นเลิศด้านการต่อสู้ ได้รับความไว้วางใจจากโจวเหวินหวัง ตำนานเล่าว่าตอนอู่หวังปราบโจ้ว ฟู่กั๋วกง ลุงของเขาได้นำสมบัติล้ำล่าของศัตรู ซีกั๋วหย่งตี้ ซ่อนไว้ในป้ายเสวียนอู่ ก่อนที่โจวเหวินหวังจะตายจากการถูกลอบโจมตี เขาได้มอบป้ายเสวียนอู่ไว้กับฟู่กั๋วกงเพื่อวันหนึ่งเมื่ออู่หวังชนะจะได้เฉลิมฉลองการครองอำนาจในภูเขาซานของราชวงศ์โจว ปัจจุบันขณะที่ หนานกงอวี่ บุตรชายแห่งตระกูลหนานกงเดินทางมาที่หุบเขาว่อหลง พร้อมกับทหารหลายนาย ไม่นานพวกเขาก็ถูกโจมตีด้วยลูกธนูและเครือไม้ที่พันตัวทหารบางคนและลากเข้าป่า ต่อมาได้เผยว่าเป็น โจ้ว ที่ต้องการแย่งชิงป้ายเสวียนอู่จากตระกูลหนาน ก่อนที่เขาจะโจมตีหนานกงอวี่ได้มีจอมยุทธ์ปริศนาคนหนึ่งปรากฏตัวและช่วยเหลือไว้ได้ ทำให้โจ้วหนีเข้าป่าไป หนานกงอวี่ถามชื่อของเขาเพื่อวันหนึ่งจะได้ตอบแทนเขาแต่จอมยุทธ์ผู้นั้นไม่ยอมบอกชื่อและเดินหายเข้าไปในป่า ขณะเดียวกันเจ้าหญิงหลิงเอ๋อร์ก็ถูกคนของราชวงศ์ชิงจับตัวไปกลางป่า ทำให้องค์รักษ์ของนางเดินทางแจ้งให้หนานกงอวี่ทราบ ณ เรือนเร้นมังกร ของ อุบาสกโม่ ขณะกำลังเล่นเครื่องดนตรีเขาสัมผัสได้ว่ากำลังมีคนมารุกถิ่นของเขา ซึ่งเผยว่าเป็นไต้ซือจิ้งหยวน อาจารย์ที่เคยสอนการต่อสู้ของเขาเมื่อครั้งยังเด็ก ไต้ซือเดินทางมาจากภูเขาหิมะเทียนซานเพื่อนำสารที่ส่งต่อมาจาก กั๋วจวิน เทพแห่งสงครามที่ฝากไว้ให้กับเขาในวาระสุดท้ายเพื่อนำให้ โม่ ก่อนจะบอกสารนั้นไต้ซือได้ลองทดสอบการต่อสู้ของอุบาสกโม่ด้วยดวลหมัดกัน 

ซึ่งผลที่ได้คือโม่มีพัฒนาการพร้อมที่จะทำภารกิจแล้ว ไต้ซือได้นำกระดาษแผ่นหนี่งให้กับโม่ ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า “สี่สหายการต่อสู้เพื่อสันติ ปกป้ององค์หญิง” ไต้ซือขยายความว่ากั๋วจวินต้องการจะให้ปกป้องทายาทของราชวงศ์โจวและเล่าย้อนไปว่ากษัตริย์โจวอู่เมื่อครั้งปราบโจ้วเริ่มต้นราชวงศ์โจว ลุงกั๋ว วีรบุรุษผู้กล้าพลีชีพในสนามรบ ในวาระสุดท้ายเขาได้นำป้ายเสวียนอู่ฝากไว้กับหนานกงชื่อ ไว้รอใช้เมื่อราชวงศ์โจวรุ่งเรือง ผ่านมา 1,800 ปี ลูกหลานของลุงกั๋วได้ทำลานฮั่น เพียง 10 ปีหลังจากนั้นเมืองได้พังพินาศย่อยยับ 1,000 ปีมานี้ป้ายเสวียนอู่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของ อุบาสกโม่ ที่จะต้องไปตามหาป้ายเสวียนอู่และปกป้องทายาทของราชวงศ์โจวในเวลาเดียวกัน เพราะเขานั้นเป็นเพียงคนเดียวในยุทธภพที่มีสายเลือดของเทพแห่งสงครามซึ่งอาจจะสามารถต่อกรกับโจ้วและตระกูลชิงได้  

สำหรับ หนังจีนออนไลน์ เรื่องนี้ได้ดัดแปลงตำนานของเสวียนอู่ออกมาด้วยการขยายเรื่องราวและใส่ตัวละครเข้าไปเพิ่ม ซึ่งการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้เรารู้สึกว่ายังดูงงๆ เพราะเนื่องจากมีตัวละครเยอะและหนังพยายามจะยัดเนื้อหาของทุกคนให้สำคัญเท่ากันหมด จนมีบางช่วงที่แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่ก็พอจะเข้าใจมากขึ้นเมื่อหนังไปโฟกัสที่ตัวละครอุบาสกโม่ พร้อมกับภารกิจของเขา ซึ่งทำให้หนังกลับมาสนุกได้

Passing (2021)

Passing (2021)

Passing ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายปี 1929 ของเนลลา ลาร์เซ่น ตั้งอยู่ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1920 Harlem และส่วนอื่นๆ ของนิวยอร์กซิตี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้หญิงแอฟริกัน-อเมริกันผิวสีสองคน คนหนึ่งผ่านพ้นไปในฐานะคนผิวขาว ขณะที่อีกคนไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากนี้จะเป็นการสปอยเนื้อเรื่องของหนัง สำหรับใครที่ไม่อยากอ่าน สามารถหา ดูหนังออนไลน์ฟรี ได้ในเว็บหนังค่ะ

Passing

  Passing เป็นภาพยนตร์ขาวดำ แนว ดราม่า Drama เขียนบท อำนวยการสร้าง และก็กำกับโดย Rebecca Hall สำหรับในการกำกับเรื่องแรกของเธอ แสดงนำโดย Tessa Thompson กับ Ruth Negga ภาพยนตร์ประเด็นนี้สร้างขึ้นจากนิยายชื่อเดียวกันในปี 1929 โดยเนลลา ลาร์เซ่น ชื่อซึ่งก็คือคนแอฟริกัน – อเมริกันที่มีสีผิวอ่อนพอที่จะถูกคิดว่าเป็นสีขาว ซึ่งเรียกว่า Passing ซึ่งเป็นเพศหญิงสาวผู้แสดงนำ 2 คนของประเด็นนี้ที่หนังพยายามจะเล่า

ณ ร้านแห่งหนึ่ง มีหญิงสาวคู่หนึ่งได้ไปซื้อของ และพูดถึงพนักงานที่มีสีผิวต่างจากพวกเขา ซึ่งคนผิวขาว จะไม่ถูกกับคนผิวดำ แต่แล้วหญิงสาวทั้งคู่ได้เกิดความไม่ระวัง จึงเกิดอุบัติเหตุ แต่นั้นก็ทำให้เธอผู้นี้ ได้มาช่วยเก็บของ และเธอคือคนที่มีผิวดำ แต่เธอไปทำตนเองให้มีสีผิวที่ขาว แต่แล้วก็ทำให้เธอพยายามใช้ชีวิตให้ปกติ เมื่อเธอไปยังโรมแรมแห่งหนึ่ง เธอกำลังสั่งกาแฟมาดื่ม ก็พบกับผู้คนที่มองเธอด้วยความแปลกประหลาด แต่เธอก็ยังยิ้มได้ และไม่แคร์สายตาผู้คนที่มองเธออยู่ แต่นั้นก็มีคนที่จำเธอได้ แต่เธอพยายามปฏิเสธโดยการไม่รู้จักเขา แต่เขานั้นก็ยังไม่เชื่อสายตาของเธอ และเขาคนนั้นคือเพื่อนของเธอ ซึ่งพวกเขาก็ได้พูดคุยกัน แต่เธอนั้นก็ไม่อยากที่คุยกับเขาเท่าไร และทั้งคู่ก็ได้ถามเรื่องทุกอย่างที่อยากถามกัน ซึ่งเพื่อนของเขานั้นได้แต่งงานตอนอายุ 18 ปี ซึ่งตอนนี้มีครอบครัวไปแล้ว ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ 

หลายเดือนต่อมา เธอก็ได้แต่งงานมีครอบครัว แถมยังมีลูกสองคน ซึ่งสามีของเธอได้พูดถึงการทำร้ายเรื่องสีผิว ทำให้เธอนั้นไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และนั้นทำให้เธอรู้สึกกังวลเล็กน้อย เช้าต่อมาเธอและเพื่อนของเธอ ได้ไปที่แห่งหนึ่ง ทั้งคู่ได้ถือดอกไม้คนละช่อ เพื่อนั่งคุยกัน และนั้นทำให้เพื่อนของเธอรู้สึกละอายใจมาก ที่เธอคอยช่วยเหลือเพื่อนของเธอมาตลอด และเธอไม่ได้คิดมากอะไร พยายามบอกเพื่อนไม่ให้คิดมาก แต่นั้นทำให้เขาได้ร้องไห้ออกมา ด้วยความรู้สึกละอายใจ เธอก็ได้กอดเพื่อนของเธอไว้ ต่อมาเพื่อนและสามีของเธอได้เที่ยวที่ยุโรป ทำให้เธอนั้นเริ่มรู้ว่าเพื่อนของเธอ กำลังแย่งสามีของเธอไป และเธอก็ปฏิเสธที่จะไปกับพวกเขา โดยการบอกว่าของเลี้ยงลูกอยู่บ้าน แต่เพื่อนของเธอนั้นไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ไปกับสามีของเธอแต่โดยดี ทำให้เธอร้องไห้และจุกอยู่ในใจ ต่อมาเธอได้ไปนั่งที่บาร์แห่งหนึ่ง และเธอก็ได้ไปพูดคุยกับคนสนิท และพวกเขาก็รู้เพื่อนของเธอนั้นสร้างภาพให้ตนเองดูน่าสงสาร สุดท้ายเธอก็ได้ปลอมตัวสืบหาความจริง และนั้นก็ทำให้เธอได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง สุดท้ายเธอก็ได้พูดคุยกับสามีของเธอทั้งหมด และสุดท้ายเพื่อนของเธอก็ได้ฆ่าตัวตายในที่สุด

สรุป เป็น หนังชนโรง ขาวดำ สัดส่วน 4:3 ภาพสวยมากๆ มุมกล้องดี เสื้อผ้าหน้าผมดี เลือก score ดี นักแสดงเล่นดีหมด เสียอย่างเดียวเนื้อเรื่องตื้นมาก ดูจบแล้วขมวดคิ้ว แบบอ้าวจบแล้วหรอ คิดว่าถ้าบอก backstory ของแต่ละคาแรคเตอร์เพิ่มอีกหน่อย น่าจะเป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึง

Secretly Greatly | แผนลับสุดยอด (2013)

Secretly-Greatly (2013)

 

Secretly Greatly เป็นภาพยนตร์ดังอีกเรื่องของเกาหลี สร้างจากเว็บตูนดังชื่อ Covertness เป็นหนังที่ได้รับการตอบรับจากผู้ชม ดูหนังออนไลน์ฟรี ล้นหลาม ยอดจำหน่ายตั๋ววันแรกสูงลิ่ว (สูงกว่า The Thieves หนังของคิมซูฮยอนและจอนจีฮยอน ที่เป็นหนังแนว Blockbuster และดาราคับคั่งกว่าเยอะ) และปิดลาโรงไปด้วยตัวเลขรายได้รวมสวยงาม เป็นผลงานเรื่องที่สองของผู้กำกับดาวรุ่งที่กวาดรางวัลจากหลายๆเวทีในงานชิ้นแรกของเขา คือ Bedevilled (2010)

Secretly-Greatly

Secretly Greatly เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action ผลงานกำกับของ จาง ชอลซู โดยหนังได้เล่าเรื่องชีวิตทหารเกาหลีเหนือที่ถูกส่งมาอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ระยะยาวเพื่อแฝงตัวเป็นสายลับ รอคำสั่งภารกิจ ชีวิตในประเทศที่เหมือนอีกโลกที่แตกต่างกับหัวใจยึดมั่น เต็มพลังเลือดรักชาติ นำมาซึ่งเรื่องราวมากมายให้ชวนติดตามหนังจะเล่าเรื่องราวผ่าน บังดงกู (รับบทโดย คิมซูฮยอน) 

ซึ่งจริงๆแล้วคือ ร้อยโทวอนรยูวาน หัวหน้าทีมหน่วยรบพิเศษ 5446 เป็นกองกำลังลับที่ตั้งขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อน ผู้ผ่านการฝึกจะมีฝีมือรอบจัดมาก แถมร้อยโทวอนเก่งในระดับหัวแถวดีกรี 5 ดาวเลยหละ เขาถูกส่งมาเป็นสายลับในเกาหลีใต้ เพื่อให้แนบเนียน จึงแฝงตัวเป็นหนุ่มเอ๋อกะโปโล ลูกจ้างแสนขยันของร้านโชว์ห่วยต๊อกต๋อยในหมู่บ้านเล็กๆ จนๆ แห่งหนึ่ง สำหรับที่นี่ จัดว่าร้านนี้เป็นทำเลศูนย์กลางที่ผู้คนสัญจรไปมาดีที่สุดละ เหมาะกับการให้ดงกูได้คอยสอดแนมสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในชุมชนนี้ แต่ผ่านมาร่วม 2 ปี ก็ไม่ยังมีอะไรผิดสังเกตเลยสักอย่าง วิถีชีวิตชาวบ้านดำเนินไปอย่างราบเรียบจำเจ ไม่มีพิษมีภัย และยังมีความอบอุ่นเป็นมิตร เกื้อหนุนกันดี แม้แต่ดงกูเองก็ยังอดเผลอใจแอบใช้ฝีมือส่วนตัวช่วยเหลือเพื่อนบ้านยามเดือดร้อนอยู่เนืองๆ ดงกูได้ตำแหน่งเป็นจอมเพี้ยนประจำหมู่บ้าน เป็นที่คุ้นเคยและเอ็นดูของชาวชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ป้าเจ้าของร้าน ขี้เหนียว ขี้บ่น แต่แท้จริงก็แอบโอบอ้อมรักดงกูมาก มีลูกชายเป็นหนุ่มจะกลางคนละ แต่ยังไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวใดนัก  เพื่อนบ้านสาวบาร์ติดบุหรี่ แต่งตัววับแวมสุดๆ ที่ชอบมาคุยกับดงกูเพราะเห็นว่าเอ๋อ สามารถระบายทุกข์อัดอั้นได้เรื่อยเปื่อย  สาวอีกคนที่สวยเรียบร้อยโดนใจดงกู มีอาชีพเป็นผู้จัดการร้านขายของ เธอมีน้องชายนักเรียนวัยรุ่นที่หวงพี่สาวสุดๆ คอยกันท่าดงกูทุกครั้งทีเดินผ่านหน้าร้าน  และเจ้าหนูแก่นเซี้ยวสองพี่น้องที่ขยันแกล้งดงกูเอาฮาทุกครั้งที่สบโอกาสเหมาะ

นอกจากนี้ ก็มีสหายสายลับอีกคนที่แฝงตัวเป็นลุงบุรุษไปรษณีย์ ที่แวะเวียนมาส่งจม.และพัสดุในหมู่บ้านเป็นประจำ ก็ได้ลุงคนนี้แหละไว้ระบายความเบื่อบ้าง ถามไถ่ความเคลื่อนไหวของต้นสังกัด และปรับทุกข์เรื่องการรอคอยภารกิจที่ต้องรอคำสั่งอย่างไร้วี่แววและแล้ววันหนึ่ง ดงกูก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เมื่อมีเพื่อนบ้านมาอยู่ใหม่ คือ อีแฮรัง (รับบทโดย พัคกีอุง) เขาเป็นผู้นำทีมมังกรดำ สหายสายลับจาก 5446 เช่นกัน ที่เติบโตมาด้วยกัน ฝีมือขั้นเทพสูสีกับดงกู เขาแฝงตัวมาเป็นหนุ่มร็อคผมทองขยันหอบกีตาร์ไปออดิชั่นเป็นศิลปิน แล้วยังตามมาด้วยสหายผู้น้อง รีแฮจิน (รับบทโดย อีฮยอนอู) หนุ่มน้อยนักเรียน ซึ่งมาจากสังกัด 5446 เช่นกัน เด็กหนุ่มคนนี้มีชีวิตได้ และกลายเป็นหนึ่งในทีม เพราะการช่วยเหลือของหัวหน้าหน่วย คือ วอนรยูวานแหละ  จึงมีความผูกพันและจงรักภักดีต่อหัวหน้ามาก ไม่น้อยไปกว่าความภักดีต่อชาติ ทยอยมากันหลายคนก็ลดความเหงาไปได้ แต่ก็รู้สึกเอะใจความไม่ชอบมาพากลอยู่บ้าง จนกระทั่งเมื่อทั้งสามคนได้รับภารกิจทางเครื่องมือสื่อสารว่า ให้ฆ่าตัวตาย และถ้าสหายสายลับคนไหนแข็งขืนให้ฆ่ากันเองได้เลย

ตลอดเวลาสองชั่วโมงของหนัง เราจะได้เห็นวิถีชีวิตของตัวละครที่อยู่ร่วมกับคนในชุมชน ได้เห็นความผูกพันที่เขามีต่อคนรอบตัวตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ต้องมาใช้ชีวิตเป็น ดงกู ซึ่งในที่สุดความผูกพันนั้น จะพาไปสู่ปมสำคัญของเรื่อง ว่าภารกิจที่ ดงกู รอคอยมาตลอดแท้จริงแล้วคืออะไร สำหรับใครที่ชอบความดราม่าด้วย เรื่องนี้มีเสิร์ฟให้อย่างแน่นอน สรุปแล้ว นี่คือ หนังเกาหลี อีกหนึ่งเรื่องที่สนุกมาก เหมาะกับการตามเก็บในฐานะ Spin off ของตัวละครรับเชิญจากซีรีส์แห่งปีอย่าง Crash Landing on You

Indiana Jones & The Raider Of The Lost Ark | ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ภาค 1 (1981)

Indiana-Jones (1981)

Indiana Jones & The Raider Of The Lost Ark ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานจากผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่เป็นการเปิดแฟรนไชส์หนังผจญภัยเรื่องยิ่งใหญ่ ความโดดเด่นและคุณภาพของหนังยังส่งผลทำให้ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีนี้ได้ถึง 8 สาขา ก่อนจะคว้ากลับบ้านไปได้ถึง 4 รางวัล ที่ล้วนแต่เป็นสาขาด้านเทคนิคงานสร้างล้วนๆ ตอกย้ำความสำเร็จของ หนังชนโรง เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี หนังยังถือว่าเป็นหนังทุนไม่สูงมากในยุคนั้น ก่อนจะกวาดเงินทั่วโลกมาได้กว่า 380 ล้านเหรียญ

Indiana-Jones

Indiana Jones & The Raider Of The Lost Ark เป็นภาพยนตร์แนว ผจญภัย Adventure โดยภาคนี้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน ปี 1936 ดร.อินเดียน่า โจนส์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีที่ชอบตามล่าหาขุมทรัพย์ล้ำค่าต่างๆ จากทั่วโลก ครั้งนี้เขาต้องตามหาหีบแห่งบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ของโมเสส ที่ว่ากันว่า ผู้ใดได้ครอบครอง ผู้นั้นจะสามารถเอาชนะได้ในทุกสงคราม และขณะนี้ ฮิตเลอร์ได้ส่งคนมาตามหาหีบแห่งบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ ดร.โจนส์ต้องรีบค้นมันให้พบก่อนที่พวกนาซีจะเอามันไปได้

ในปีพ. ศ. 2479 อินเดียนาโจนส์นักโบราณคดีชาวอเมริกันได้เอาชนะวิหารโบราณที่ติดกับดักหนูในเปรูเพื่อขุดพบเทวรูปทองคำ แม้ว่าจะถูกหักหลังโดยไกด์ของเขาและนักโบราณคดีคู่แข่งอย่างเรเน่และชนเผ่าพื้นเมืองเข้ามุม แต่โจนส์ก็หนีออกมา หลังจากกลับไปอเมริกาโจนส์ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับของกองทัพสองคน พวกเขาเปิดเผยว่าพวกนาซีกำลังขุดพบทานิสและโทรเลขฉบับหนึ่งของพวกเขากล่าวถึงอับเนอร์ราเวนวูดพี่เลี้ยงเก่าของโจนส์ โจนส์เดาได้ว่าพวกนาซีกำลังค้นหาหีบพันธสัญญาซึ่งฮิตเลอร์เชื่อว่าจะทำให้กองทัพของพวกเขาอยู่ยงคงกระพันและเจ้าหน้าที่รับสมัครโจนส์เพื่อกู้เรือก่อน โจนส์เดินทางไปเนปาลเพื่อกู้ “headpiece to the staff of Ra” ซึ่งเป็นเหรียญที่ใช้ในการหาหีบจากเนเวนวู เขารู้ว่าเรเวนวูดตายแล้วและตอนนี้ของก็ตกอยู่ในความครอบครองของแมเรียนลูกสาวของเขา ซึ่งครั้งหนึ่งโจนส์เคยมีเรื่องผิดกฎหมาย อาร์โนลด์ทูทสายลับของเกสตาโปที่ซาดิสต์มาถึงบาร์ของแมเรียนที่ขนาบข้างด้วยทหารรับจ้าง การดวลปืนดังขึ้นและแท่งไฟก็ลุกโชน ทูทพยายามกู้เฮดโฟนจากเปลวไฟ แต่เพียงแค่เผาภาพของมันไว้ในมือของเขา โจนส์และแมเรียนจับหัวและหนีไปด้วยกัน วันรุ่งขึ้นเรืออู นาซีเข้าสกัดกั้นเรือและยึดเรือและแมเรียน โจนส์แอบแฝงเรืออู เรือลำนี้เดินทางไปยังเกาะแห่งหนึ่งในทะเลอีเจียนโดยเรเน่ตั้งใจจะทดสอบพลังของนาวาก่อนที่จะนำเสนอต่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ 

ระหว่างทางโจนส์ซุ่มโจมตีกลุ่มนาซีด้วยเครื่องยิงจรวด แต่ถูกบังคับให้ยอมจำนนหลังจากที่เรเน่หวังว่าเขาจะไม่มีวันทำลายสิ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และต้องการทราบว่าพลังของเรือนั้นเป็นของจริงหรือไม่ พวกนาซีพาโจนส์กับแมเรียนไปที่สถานที่ทดสอบแล้วมัดไว้กับเสาและทำพิธีเปิดหีบ แต่พบเพียงทรายอยู่ข้างใน โจนส์สั่งให้แมเรียนหลับตาและไม่มองไปที่นาวาวิญญาณโผล่ออกมาจากเรือตามด้วยเปลวไฟที่ทำให้ร่างของดีทริชเหี่ยวเฉาใบหน้าของทูทละลายและหัวของเรเน่จะระเบิด ในขณะที่สลักพลังงานยิงผ่านพวกนาซีที่รวมตัวกัน ฆ่าพวกเขาทั้งหมด ลมบ้าหมูพุ่งออกมาจากเรือขึ้นสู่ท้องฟ้าและสลายไปในขณะที่เรือปิดผนึกตัวเอง โจนส์และแมเรียนลืมตาขึ้นเพื่อพบว่าบริเวณนั้นมีการล้างร่างและการมัดของพวกเขาออกทั้งคู่กอดกัน ย้อนกลับไปในวอชิงตันดีซีโจนส์และมาร์คัสโบรดี้ได้รับเงินจำนวนมากจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาสำหรับการยึดเรือแม้ว่าโจนส์จะยืนยันว่าพวกเขาบอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรือ แต่ตัวแทนเสนอเพียงว่าได้ย้ายไปยังที่ปลอดภัยแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการศึกษาโดย “ผู้ชายชั้นนำ” ที่อื่นหีบจะถูกนำมาบรรจุและเก็บไว้ในลังอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนในโกดังขนาดใหญ่

เมื่อครั้งที่ หนังใหม่ออนไลน์ เปิดตัวนั้น Raiders Of The Lost Ark ถือเป็นสีสันและแตกต่างจากหนังในยุคเดียวกันตรงที่ ถึงแม้หนังจะเสนอตัวเองในฐานะหนังแอคชั่นเอาใจตลาดเต็มตัว แต่หนังกลับมีครบทุกรสไม่ว่าจะเป็นผจญภัย , ตื่นเต้น , ลุ้นระทึก หรือความรัก ซึ่งทุกองค์ประกอบได้รับการตอบรับจากคนดูและนักวิจารณ์เป็นอย่างดี จนมาถึงตอนนี้ Raiders Of The Lost Ark คือหนึ่งในหนังแอ็กชั่นผจญภัยที่ดีที่สุดตลอดกาลอย่างไม่ต้องสงสัย

American Beauty | อเมริกัน บิวตี้ (1999)

American-Beauty (1999)

American Beauty 1999 เป็นปีที่นักสร้างหนังหลายคนต่างพร้อมใจกันตั้งคำถามถึงสิ่งเดียวกัน “อะไรคือความหมายของการมีชีวิตอยู่?” ไล่มาตั้งแต่ Fight Club, Magnolia, The Cider House Rules, Being John Malkovich, The Green Mile, The Talented Mr. Ripley จนถึงเรื่องที่เราจะมารีวิวจาก เว็บหนังHD เรื่อง American Beauty เกือบทุกเรื่องที่กล่าวมามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันโดยบังเอิญ คือการนำเสนอโลกแห่งความจริงควบรวมไปกับภาพแห่งความฝัน จนบางครั้งตัวละครและผู้ชมก็ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

American-Beauty

American Beauty ภาพยนตร์ ดราม่า Drama กำกับโดย Sam Mendes ผู้กำกับที่เรียกได้ว่าพอหันมาจับงานทางด้านภาพยนตร์จอยักษ์ก็คว้ารางวัลออสการ์ไปเลย ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยกำกับภาพยนตร์ทางโทรทัศน์อยู่ 2 เรื่อง คือ Cabaret ในปี 1993 และ Company ในปี 1996 ก่อนจะหันมากำกับงาน American Beauty ในปี 1999 นั่นเองที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำในวงการฮอลีวู้ดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพยนตร์แนวหลักที่ Mendes มักให้ความสนใจที่จะมากำกับส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์แนวที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งนอกจาก American Beauty แล้ว อย่างเช่น Road to Perdition หรือ Revolutionary Road ก็ตาม ซึ่งงานกำกับของเขาเน้นสะท้อนที่ความตรงไปตรงมาของประเด็นที่เขาจะสื่อ

โดยหนังได้เล่าเรื่องถึง เลสเตอร์ เบิร์นแฮม (เควิน สเปซีย์) เป็นเหมือนชายอเมริกันวัยกลางคนทั่วไป เขามีครอบครัวที่พร้อมหน้าภรรยา และลูกสาว เขามีชีวิตที่ดำเนินไปในแต่ละวันที่ไม่มีอะไรโลดโผน อาจจะมีปัญหา ในหน้าที่การงานบ้างแต่ก็ดูจำเจหน้าเบื่อ กระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาพบกับแองเจลา เพื่อนคนสวยของลูกสาวเจน เลสเตอร์ก็ระลึกได้ว่าเขาเคยปรารถนาอะไร แต่สิ่งนั้นเป็นการไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง และครอบครัว เขาจำเป็นต้องต่อสู้กับตัวเอง และเผชิญวิกฤตวัยกลางคนเพียงลำพัง โดยที่คาโรลีนภรรยาของเขาไม่สนใจที่จะรู้ถึงปัญหาของสามี และยิ่งกว่านั้น ไม่รู้และไม่ยอมรับด้วยซ้ำว่าตัวของเธอเองก็มีปัญหาเช่นกัน เมื่อเลสเตอร์เปลี่ยนไป คาโรลีนก็เปลี่ยนไปด้วย เธอคนหากับบัดดี เคนเจ้าพ่อที่ดิน แบบล้ำเส้น ในขณะที่เจน ลูกสาววัยรุ่นไม่เคยเข้าใจ พ่อแม่เลยมองแต่ตัวเอง ว่าด้อยค่าไม่โดดเด่นในเวลาเดียวกันที่ครอบครัวของเลสเตอร์กับเผชิญมรสุมอย่างเงียบ ๆ ครอบครัวเพื่อนบ้านอดีตนาวาเอกฟิทส์ผู้เพิ่งจะเกษียณอายุ ราชการ มาอยู่กับบ้านก็กำลังปรับตัวอย่างหนักในการอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านรอบข้างที่มีชีวิตขาดระเบียบ แบบกองทัพในมุมมองของเขา ริคกีลูกชาย ผู้หลงใหล ในการมองชีวิตรอบตัว และบันทึกด้วยกล้อง อินฟาเรดก็ต้องเผชิญกับความเคร่งครัดจากพ่อและแม่ ซึ่งปลีกตัวจากสังคม เก็บตัวและซ่อนเร้นปัญหาบางอย่างของครอบครัวไว้ เรื่องราวของเลสเตอร์และเพื่อนบ้านของเขาดำเนินต่อไปอย่างเงียบ ๆ และพัวพันกันมากขึ้น เมื่อเจนและริคกี้เริ่มคบหากัน และทั้งหมดก็เดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่เปลี่ยนแปลง อนาคตของพวกเขาทั้งหมด

โดยรวมตัวหนังถือว่าเดินเรื่องเร็วเลยค่ะ แต่ด้วยการกำกับของ Sam งานภาพที่ดูเรียบง่าย รวมถึงเหล่านักแสดง ที่ขับเคลื่อนหนังกันได้ดี มันทำให้อารมณ์หนังมันไม่ติดขัดค่ะ คือรวดเร็ว แต่เราได้สารที่ต้องการจะสื่อ และได้ซึมซับอารมณ์ของเหตุการณ์พอสมควร ด้านนักแสดงคนที่ต้องชมมากที่สุดคือ Kevin Spacey ค่ะ เขาได้ฝากการแสดงที่สำหรับเรานะ ดีที่สุดในอาชีพเลยกับหนังเรื่องนี้ คือเขาแสดงเป็นคนธรรมดาแต่เล่นได้ไม่ธรรมดา การใช้สีหน้าแววตาต่างๆ ที่เป็นจุดขายของเขา คราวนี้เอามาใช้ได้ถูกจุดจริงๆ กับหนังเรื่องนี้ ระหว่างที่ดูเราออกแนวทั้งสงสาร ทั้งขำกับเลสเตอร์ค่ะ คือจุดประสงค์ของเขา มันจะน่าดีใจด้วย มันก็ไม่ใช่ จะบอกว่ามันทำให้เขากำลังแย่ลง มันก็ไม่เชิงอ่ะ เขาแค่เป็นคนที่รู้สึกเสียพลังในตัวเอง 

โดยตัวหนังกวาดรางวัลไปถึง 5 สาขานะค่ะ ประกอบไปด้วย ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และกำกับภาพยอดเยี่ยม นับว่าหนังดีกรีไม่ธรรมดาเลย เอาจริงๆ ก็มีข่าวมาบ้างนะคะว่า Sam Mendes ตอนถ่ายทำฉากแรกๆ แกก็ยังแอบประหม่าอยู่ เลยกลายเป็นเออออตามทุกฝ่ายไปหมด ผลลัพธ์ไม่เป็นตามคาดซักเท่าไหร่ ขนาดที่พอหนังถ่ายเสร็จแล้ว แกถึงกับต้องไปคุยกับทางสตูดิโออย่าง ค่ายหนังDreamWorks เลยคค่ะ ว่าไอ้ตัวฟุตเทจที่เขาถ่ายไว้ 3 วันแรกเนี่ยมันใช้ไม่ได้นะ ถ้าเขาขอถ่ายใหม่ ทางสตูดิโอจะให้ถ่ายรึเปล่า โดยคำพูดที่เขาไปขอนี่ก็ทัศนคติน่าชื่นชมค่ะ